ริ้วรอย เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอเมื่ออายุมากขึ้น แล้วจะแก้ไขปัญหานั้นได้ยังไงหล่ะ?

ริ้วรอยบนใบหน้าเป็นสัญญาณแห่งวัยที่ทำให้หลายคนกังวลใช่ไหมคะ?

ดูแลผิวหน้า

เลือกอ่านตามหัวข้อ

โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox) คืออะไร? ปลอดภัยหรือไม่? สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีด

โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox) เป็นชื่อที่คุ้นหูในวงการความงาม และเป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว โบท็อกซ์คือชื่อทางการค้าของสารออกฤทธิ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีกลไกการทำงานที่น่าสนใจ และมีความปลอดภัยสูงหากใช้อย่างถูกต้อง

โปรแกรมโบท็อกซ์คืออะไร? (รู้จักกับ Botulinum Toxin Type A)

โปรแกรมโบท็อกซ์ (Botox) เป็นชื่อที่คุ้นหูในวงการความงาม และเป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว โบท็อกซ์คือชื่อทางการค้าของสารออกฤทธิ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีกลไกการทำงานที่น่าสนใจ และมีความปลอดภัยสูงหากใช้อย่างถูกต้อง

         1.1 กลไกการทำงาน ของโปรแกรม โบท็อกซ์

         เมื่อแพทย์ฉีดสารโบท็อกซ์เข้าไปยังบริเวณกล้ามเนื้อที่ต้องการแก้ไข สารจะออกฤทธิ์

  • ยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท: โบท็อกซ์จะไปยับยั้งการหลั่งสาร Acetylcholine (สารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่สั่งการให้กล้ามเนื้อหดตัว)
  • กล้ามเนื้อคลายตัว: เมื่อเส้นประสาทไม่สามารถสั่งการได้ กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจึงเกิดการคลายตัวชั่วคราว ไม่สามารถหดตัวได้ตามปกติ
  • ริ้วรอยจางลง: เมื่อกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า (เช่น รอยย่นหน้าผาก ตีนกา) ไม่หดตัว ริ้วรอยเหล่านั้นจึงคลายออกและจางลงไป
  • การใช้งานอื่น ๆ: นอกจากริ้วรอยแล้ว โบท็อกซ์ยังใช้ในการลดขนาดกล้ามเนื้อ (เช่น ลดกรามให้หน้าเรียว) หรือลดการทำงานของต่อมเหงื่อ (เช่น ฉีดรักแร้ลดเหงื่อ)

โปรแกรมโบท็อกซ์ปลอดภัยไหม?

หากคุณเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง และทำหัตถการโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ คำถามด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คำตอบคือ "โปรแกรมโบท็อกซ์มีความปลอดภัยสูงมาก" หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลค่ะ

         2.1 ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

    • ต้องผ่าน อย. (FDA Approval): ควรเลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลยาและอาหารในระดับสากล เช่น องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) เพื่อยืนยันว่าเป็นของแท้ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
    • เปิดกล่องต่อหน้า: คลินิกที่ได้มาตรฐานจะให้ลูกค้าตรวจสอบกล่องและขวดบรรจุภัณฑ์ว่ายังอยู่ในสภาพสมบูรณ์และเป็นของแท้ก่อนการฉีดเสมอ 
    • ดูดยาต่อหน้า : การดูดยาให้คนไข้เห็นต่อหน้า ถือเป็นการบริสุทธิ์ใจ เนื่องจากแกะออกจากกล่องแล้ว ไม่ผ่านการผสมสารใดๆเข้าไปเพิ่มเติม ทำให้คนไข้เชื่อมั่นในตัวคลินิกและคุณหมอค่ะ

         2.2 ความปลอดภัยของหัตถการ

    • หมอซีนแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และผ่านการฝึกอบรมเจาะลึกเกี่ยวกับโบท็อกซ์มาเป็นอย่างดี หมอซีน ได้ไปเยี่ยมชมโรงงานการผลิตโปรแกรมโบท็อกซ์ที่ประเทศเกาหลี เทรนกับคุณหมอเกาหลีที่มีฝีมือระดับเอเชียร์ หากฉีดผิดตำแหน่งหรือผิดชั้นผิวอาจนำไปสู่ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น หนังตาตก ปากเบี้ยว หรือหน้าแข็งได้ค่ะ
    • ปริมาณที่เหมาะสม หมอซีนจะประเมินและใช้ปริมาณยูนิต (Unit) ที่เหมาะสมกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความต้องการของลูกค้า เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เกิดอาการตึงหรือแข็งจนเกินไป

         2.3 ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

         หากคุณเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง และทำหัตถการโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ คำถามด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คำตอบคือ "โปรแกรมโบท็อกซ์มีความปลอดภัยสูงมาก" หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลค่ะ

      • อาการบวมแดงหรือช้ำเล็กน้อย: บริเวณที่ฉีด มักหายไปเองภายใน 1-3 วัน
      • อาการปวดศีรษะเล็กน้อย: อาจเกิดขึ้นได้หลังการฉีดในบางราย
      • ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ (เกิดขึ้นน้อยมาก): เช่น หนังตาตก คิ้วตก หรือปากเบี้ยว ซึ่งมักเกิดจากการที่ยาแพร่กระจายไปยังกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการให้ทำงาน หรือเกิดจากการฉีดที่ไม่แม่นยำ

หากคุณเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง และทำหัตถการโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ คำถามด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คำตอบคือ "โปรแกรมโบท็อกซ์มีความปลอดภัยสูงมาก" หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลค่ะ

ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ริ้วรอย จะเห็นผลเมื่อไหร่? และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? มาไขข้อสงสัยกันค่ะ

การฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) เป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยลดริ้วรอยและคืนความอ่อนกว่าวัยให้กับใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ตัวยาไม่ได้แสดงผลทันทีหลังการฉีด และผลลัพธ์ก็ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป การทำความเข้าใจเกี่ยวกับระยะเวลาการออกฤทธิ์และการคงอยู่ของโบท็อกซ์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนการรักษา

         3.1 ระยะเวลาการเริ่มเห็นผล (Time to Onset)

         หลายท่านอาจคาดหวังว่าริ้วรอยจะหายไปทันทีหลังออกจากคลินิก แต่โบท็อกซ์ต้องใช้เวลาในการเริ่มทำงาน เนื่องจากกลไกของสารคือการเข้าไปยับยั้งการสื่อสารระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องใช้เวลาในการจับตัวกับตัวรับอย่างสมบูรณ์

  • หลังฉีดทันที (1-2 ชั่วโมง): คุณจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับริ้วรอย อาจมีเพียงรอยแดงหรือตุ่มนูนเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติและจะยุบลงได้เอง
  • ช่วงเริ่มต้น (3-7 วัน): นี่คือระยะที่ตัวยาเริ่มออกฤทธิ์ คุณจะเริ่มสังเกตได้ว่าเมื่อคุณแสดงสีหน้า (เช่น การขมวดคิ้ว หรือยิ้ม) กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะเริ่มอ่อนแรงลง ริ้วรอยที่เคยปรากฏก็จะเริ่มตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ช่วงเห็นผลชัดเจนที่สุด (10-14 วัน): ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์จะแสดงออกมาเต็มที่ในช่วงนี้ ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า (Dynamic Wrinkles) จะถูกแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์ ผิวจะดูเรียบตึงที่สุด หากมีริ้วรอยที่ยังเหลืออยู่เล็กน้อย แพทย์จะนัดให้คุณกลับมาตรวจติดตามผลและอาจพิจารณาฉีดเก็บรายละเอียด (Touch-up) เพิ่มเติมในช่วง 2 สัปดาห์นี้

         3.2 ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ (Duration of Effect)

         โดยทั่วไป ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ริ้วรอยจะคงอยู่ได้นานเฉลี่ย 4 ถึง 6 เดือน ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถมีใบหน้าที่เรียบตึงและอ่อนเยาว์ได้ในระยะเวลาดังกล่าว หลังจากนั้น ตัวยาจะเริ่มสลายไปตามธรรมชาติ และกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติ ทำให้ริ้วรอยเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง

         ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาคงอยู่:

         โระยะเวลาการคงอยู่ของโบท็อกซ์ไม่ได้คงที่สำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้

  • ปริมาณและยี่ห้อของโบท็อกซ์: การใช้ปริมาณยูนิตที่เหมาะสมกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า และแต่ละยี่ห้อของโบท็อกซ์ก็มีระยะเวลาการคงอยู่ที่แตกต่างกันเล็กน้อย
  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ: ผู้ที่มีกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงสีหน้าแข็งแรงมาก หรือผู้ที่ชอบขมวดคิ้วบ่อย ๆ ตัวยาอาจหมดฤทธิ์เร็วกว่าปกติ
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การที่ร่างกายได้รับความร้อนสูงเป็นประจำ เช่น การอบซาวน่า การทำเลเซอร์ร้อนบริเวณใบหน้า หรือการออกกำลังกายที่หนักและต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ตัวยาถูกสลายเร็วขึ้นเล็กน้อย
  • การฉีดซ้ำอย่างสม่ำเสมอ: ผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์ตามรอบระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ (ก่อนที่ยาจะหมดฤทธิ์ทั้งหมด) มักจะสังเกตได้ว่าผลลัพธ์ในครั้งถัด ๆ ไปจะอยู่ได้นานขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อถูกฝึกให้ทำงานน้อยลงต่อเนื่อง

คำแนะนำในการฉีดซ้ำ

แพทย์มักจะแนะนำให้ลูกค้าวางแผนการฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ซ้ำทุก 4-5 เดือน เพื่อรักษาระดับความเรียบเนียนของผิว การฉีดในช่วงเวลานี้ (ก่อนที่ยาจะหมดฤทธิ์ทั้งหมด) ถือเป็น Preventive Botox ที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะช่วยป้องกันไม่ให้ริ้วรอยกลับมาลึกมากจนกลายเป็นร่องลึกถาวร (Static Wrinkles) ทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

สรุป

หากคุณฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยวันนี้ คาดหวังได้เลยว่าความตึงที่น่าพอใจจะมาถึงใน 2 สัปดาห์ และจะคงความอ่อนเยาว์นี้ได้นานสูงสุดถึง 6 เดือน การปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญในการคงความอ่อนกว่าวัย ใบหน้าดูเด็กค่ะ

การฉีดโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงในการแก้ไขและป้องกันริ้วรอย แต่หลายคนยังคงมีคำถามสำคัญที่ว่า ควรเริ่มใช้เมื่อไหร่ถึงจะเหมาะสมที่สุด และความถี่ในการฉีดที่ถูกต้องคือเท่าไหร่กันแน่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืน

         4.1 ควรเริ่มฉีดโบท็อกซ์เมื่ออายุเท่าไหร่? (Age to Start)

         คำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ "ไม่มีอายุที่แน่นอนตายตัว" แต่การตัดสินใจควรขึ้นอยู่กับ "สภาพผิวและพฤติกรรมการแสดงสีหน้า" ของแต่ละบุคคล โดยเราสามารถแบ่งวัตถุประสงค์ในการฉีดได้เป็น 2 ช่วงหลักค่ะ

                 4.1.1 การฉีดเพื่อป้องกัน (Preventive Botox) ช่วงอายุ: โดยทั่วไปมักเริ่มในช่วงอายุ 20 ปลาย ๆ ถึง 30 ต้น ๆ การฉีดในระยะนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณมีริ้วรอยลึกแล้ว แต่มีจุดประสงค์เพื่อ ป้องกัน ไม่ให้ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า (Dynamic Wrinkles) กลายเป็น ร่องลึกถาวร (Static Wrinkles) ในอนาคต เมื่อคุณเริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยจาง ๆ ที่ปรากฏขึ้นมาเมื่อคุณขมวดคิ้ว ยิ้ม หรือเลิกคิ้ว แพทย์จะฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณน้อย (Baby Botox) เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยไม่สามารถถูกสร้างได้ เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้งานอย่างหนักเป็นเวลานาน ก็จะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยถาวรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                 4.1.2 การฉีดเพื่อแก้ไข (Corrective Botox) ช่วงอายุ: มักเริ่มในวัย 30 กลาง ๆ เป็นต้นไป การฉีดเพื่อแก้ไขริ้วรอยที่ปรากฏอยู่แล้ว ซึ่งมักจะเริ่มกลายเป็นร่องลึกปานกลาง แม้ในขณะที่ไม่ได้แสดงสีหน้าเต็มที่ แพทย์จะต้องใช้ปริมาณยูนิตที่มากขึ้นเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและลดความลึกของริ้วรอยที่มีอยู่ การเริ่มแก้ไขเมื่อริ้วรอยยังไม่ลึกมากจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการปล่อยให้เกิดร่องลึกถาวร

         4.2 จำเป็นต้องฉีดบ่อยแค่ไหน? (Frequency of Treatment)

         โดยทั่วไป ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ริ้วรอยจะคงอยู่ได้นานเฉลี่ย 4 ถึง 6 เดือน ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถมีใบหน้าที่เรียบตึงและอ่อนเยาว์ได้ในระยะเวลาดังกล่าว หลังจากนั้น ตัวยาจะเริ่มสลายไปตามธรรมชาติ และกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติ ทำให้ริ้วรอยเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง

                 4.2.1 รอบเวลามาตรฐาน

  • ฉีดซ้ำทุก 4-6 เดือน : นี่คือรอบเวลาที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากโบท็อกซ์จะเริ่มเสื่อมสภาพและกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาทำงาน การฉีดซ้ำในช่วงนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อยังคงผ่อนคลายอยู่เสมอ ป้องกันไม่ให้ริ้วรอยกลับมาลึกมากเท่าเดิม
  • ข้อดีของการฉีดสม่ำเสมอ : เมื่อกล้ามเนื้อถูกผ่อนคลายเป็นเวลานานต่อเนื่อง กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ อ่อนแรงลง ทำให้ในการฉีดครั้งถัดไป อาจจะใช้ปริมาณยูนิตที่น้อยลง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เดิม ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้

                 4.2.2 ข้อควรระวังในการฉีดที่ถี่เกินไป

  • ไม่ควรฉีดถี่กว่า 3 เดือน: การฉีดโบท็อกซ์ซ้ำในขณะที่ตัวยายังมีฤทธิ์มากเกินไป หรือการฉีดบ่อยกว่า 3 เดือนอย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด “ภาวะดื้อโบท็อกซ์” ได้ (แม้จะเกิดขึ้นได้ยากก็ตาม) ซึ่งหมายถึงร่างกายอาจสร้างภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนที่ใช้ในโบท็อกซ์ ทำให้การฉีดในครั้งต่อ ๆ ไปไม่เห็นผลหรือเห็นผลน้อยลงอย่างมาก

                 4.2.3 เมื่อไหร่ที่ควรฉีดซ้ำ

  • สัญญาณเตือน: สังเกตเมื่อริ้วรอยเริ่มกลับมาปรากฏชัดเจนขึ้นเล็กน้อยในขณะที่คุณแสดงสีหน้า นี่คือสัญญาณที่ดีที่สุดที่บ่งบอกว่าคุณควรกลับมาปรึกษาแพทย์เพื่อฉีดซ้ำ โดยที่ไม่ต้องรอจนกระทั่งโบท็อกซ์หมดฤทธิ์อย่างสมบูรณ์

         บทสรุป

          การเริ่มฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้วัดกันที่อายุ แต่วัดกันที่ความลึกของริ้วรอยและการแสดงสีหน้า หากคุณเริ่มเห็นริ้วรอยปรากฏเมื่อยิ้มหรือขมวดคิ้ว ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่ม Preventive Botox ส่วนความถี่ในการฉีดที่ดีที่สุดคือ 4-6 เดือน เพื่อรักษากล้ามเนื้อให้อยู่ในสภาวะผ่อนคลายอย่างต่อเนื่องค่ะ

หลังฉีดโบท็อกซ์มีข้อควรปฏิบัติหรือข้อห้ามอะไรบ้าง?

การดูแลตัวเองหลังฉีดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดผลข้างเคียง

  1. ห้ามสัมผัส/นวด/กด บริเวณที่ฉีด เป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันยาเคลื่อนที่
  2. งดนอนราบ หรือก้มหัวต่ำกว่าอก เป็นเวลา 4 ชั่วโมง หลังฉีด
  3. งดการโดนความร้อน ทุกชนิด เช่น อบซาวน่า เลเซอร์ ทำทรีตเมนต์หน้า ประมาณ 2 สัปดาห์
  4. ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด: แพทย์มักจะแนะนำให้ ขยับหรือเกร็งกล้ามเนื้อเบา ๆ บริเวณที่ฉีด (เช่น การขมวดคิ้ว เลิกคิ้ว ยิ้ม) เป็นเวลา 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หลังการฉีด เพื่อช่วยให้ตัวยาซึมเข้าสู่ปลายประสาทและกล้ามเนื้อได้ดียิ่งขึ้น
  5. ดื่มน้ำเยอะ ๆ: การดื่มน้ำอย่างเพียงพอช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดี
  6. งดออกกำลังกายหนัก (24 ชั่วโมง): ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนักจนเกินไป หรือกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วและเลือดสูบฉีดมาก เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  7. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (2-3 วัน): ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งก่อนและหลังฉีด 2-3 วัน เนื่องจากแอลกอฮอล์อาจทำให้เลือดสูบฉีดมากขึ้นและเพิ่มโอกาสการเกิดรอยช้ำได้
by dr. Seen Clinic

โปรโมชั่นสุดฮิต

ที่ Dr.Seen

Dr.Seen หมอซีน by คลินิกเวชกรรมหมอสักกาเดช
โปรเเกรม UFM
ราคาพิเศษเพียงเเค่ 6,900 ได้ถึง 200 shots จองเลย ติดต่อเลย
Dr.Seen หมอซีน by คลินิกเวชกรรมหมอสักกาเดช
โปรเเกรม Oligio
เพียงเริ่มต้ม แค่ 6,900.- ได้ถึง 100 shots จองเลย ติดต่อเลย
Dr.Seen หมอซีน by คลินิกเวชกรรมหมอสักกาเดช
โปรเเกรม ร้อยไหมV-lift
แค่ 3,999.- จองเลย ติดต่อเลย

บทความอื่นๆ

อยากหน้าละมุน มีเคล็ดลับอะไรบ้าง อยากหน้าละมุนหมอซีนช่วยได้

หน้าละมุน คือการที่เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่เพอร์เฟคที่สุด

เหนียงแก้ยังไงก็ไม่หาย จัดการยังไงดี หมอซีนมีวิธีช่วยค่ะ

ปัญหาเหนียงเป็นเรื่องที่หลายคนกังวล เพราะทำให้ดูมีอายุขึ้น?

ใครที่คิดทรงปากไม่ออก ทางนี้ หมอซีนจัดให้

อยากฉีดฟิลเลอร์ปาก แต่กลัวไม่เข้ากับหน้า เลือกทรงปากยังไงดี?