Oligio กับ Ultraformer III แตกต่างกันอย่างไร? และควรเลือกทำตัวไหนดีกว่า?
คุณสมบัติ
Oligio (Monopolar RF)
Ultraformer III (HIFU)
เทคโนโลยีหลัก
คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF)
คลื่นอัลตราซาวด์แบบเจาะจง (Micro & Macro Focused Ultrasound)
ความลึกของพลังงาน
ลงลึกครอบคลุม 3 ชั้นผิว (หนังกำพร้า, หนังแท้, ชั้นไขมัน)
เน้นลงลึกเป็นจุดถึงชั้นโครงสร้าง (ชั้นไขมัน และ ชั้น SMAS)
กลไกการทำงาน
สร้างความร้อนปริมาณมากแบบกระจายตัว ในชั้นผิว กระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนเก่าและสร้างคอลลาเจนใหม่ในปริมาณมาก
สร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ที่อุณหภูมิสูง ในชั้นลึก ทำให้ชั้น SMAS หดตัวคล้ายการเย็บเนื้อเยื่อ
จุดเด่น/ผลลัพธ์หลัก
ผิวแน่น ฟู เรียบเนียน ลดรูขุมขน ลดความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง และช่วยลดไขมันส่วนเกินเล็กน้อย
ยกโครงหน้า เก็บกรอบหน้า เก็บแก้ม เก็บเหนียง ปรับหน้าให้ V-Shape และยกคิ้ว
ความรู้สึกขณะทำ
รู้สึกอุ่นสบาย อาจมีความยิบ ๆ เล็กน้อย ไม่ต้องแปะยาชาในหลายเคส
อาจรู้สึก ตึง หน่วง จี๊ด หรือปวดลึก ๆ ถึงชั้นกระดูก มักต้องแปะยาชา
เหมาะกับ
ผู้ที่ต้องการ เน้นคุณภาพผิว ผิวไม่แน่น ผิวโทรม รูขุมขนกว้าง และมีไขมันสะสมไม่มาก
ผู้ที่มีปัญหา ความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก กรอบหน้าไม่ชัด แก้มและเหนียงห้อย
ควรเลือกทำตัวไหนดีกว่า?
การเลือกขึ้นอยู่กับ "ปัญหาหลัก" ของผิวคุณ ดังนี้
2.1 ควรเลือก โปรแกรม Oligio ถ้า... (เน้นเรื่องยุบไขมันส่วนเกินและผิวแน่นฟู)
- คุณมีปัญหาไขมันส่วนเกินบนใบหน้า แล้วต้องการที่จะลดไขมันแบบไม่ต้องใช้เข็ม
- คุณมีปัญหาแก้มเยอะ เหนียงเยอะ
- คุณมีปัญหาหลักคือ ผิวหลวม ไม่แน่น ไม่ฟู (Skin Laxity) และรูขุมขนกว้าง
- คุณต้องการ คุณภาพผิวที่ดีขึ้น ดูเรียบเนียน ฉ่ำวาว และริ้วรอยเล็ก ๆ จางลง
- ต้องการวิธีการยกกระชับที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีดยา และ ไม่ต้องพักฟื้น
- คุณ กลัวเจ็บ หรือผิวมีความไวสูง
- คุณต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติ
2.2 ควรเลือก โปรแกรม Ultraformer III (HIFU) ถ้า... (เน้นเรื่องยกกระชับและเก็บกรอบหน้า)
- คุณมีปัญหาหลักคือ ความหย่อนคล้อยที่เห็นชัด (Sagging) กรอบหน้าเริ่มหายไป หรือมีเหนียงห้อย
- คุณต้องการผลลัพธ์ที่ เน้นการยกโครงหน้า ดึงผิวจากชั้นลึก (SMAS) ขึ้น
- คุณต้องการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้อวพักฟื้น ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม Oligio กับ Ultraformer lll เห็นผลทันทีหรือไม่? และเราจะมาเจาะลึกกลไกลการทำงานของ 2 เครื่องนี้กันค่ะ
ทั้ง Oligio และ Ultraformer III ต่างเป็นเทคโนโลยียกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้พลังงานและกลไกที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างกันทั้งในด้านความรู้สึกและระยะเวลาการเห็นผล
3.1 Oligio (Monopolar RF)
- เทคโนโลยี : ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency หรือ Monopolar RF)
- ระดับความลึก: พลังงานจะส่งความร้อนแบบ “กระจายตัว” ลงสู่ชั้นผิวหลายระดับ ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ (Dermis) จนถึงชั้นไขมัน (Fat Layer) ทำให้ช่วยในการลดไขมันได้ดี
- การหดตัวทันที (Immediate Contraction) : ความร้อนที่เกิดขึ้นจะทำให้คอลลาเจนเก่าและเส้นใยอีลาสตินที่มีอยู่เดิมเกิดการหดตัวทันที (Thermal Contraction) ประมาณ 20%
- การกระตุ้นระยะยาว (Neocollagenesis) : ความร้อนในระดับที่ควบคุมได้จะกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้เกิดกระบวนการ สร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) และจัดเรียงตัวของคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 3-6 เดือน
3.2 Ultraformer III (HIFU)
- เทคโนโลยี : ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงแบบเจาะจง (High-Intensity Focused Ultrasound)
- ระดับความลึก: พลังงานจะส่งลงลึกแบบ “โฟกัสเป็นจุด” ที่ความลึกเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ดึงหน้า
- การหดตัวทันที (SMAS Tightening) : คลื่นอัลตราซาวด์จะสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ที่อุณหภูมิสูงถึง 60-70°C ในชั้น SMAS ความร้อนนี้จะทำให้เนื้อเยื่อในชั้น SMAS เกิดการหดตัวคล้ายการเย็บแผลทันที
- การกระตุ้นระยะยาว (Neocollagenesis): จุดความร้อนที่เกิดจากการโฟกัส จะกระตุ้นการสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้และชั้น SMAS อย่างต่อเนื่อง
สรุปการเห็นผลทันทีและผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด แม้จะมีกลไกที่ต่างกัน แต่ทั้งสองเครื่องมือนี้มีระยะการเห็นผลที่คล้ายคลึงกัน คือ เห็นผลทันทีเล็กน้อย และ เห็นผลเต็มที่ในระยะยาว
ระยะเวลา
Oligio (Monopolar RF)
Ultraformer III (HIFU)
หลังทำทันที (Immediate Effect)
เห็นผลประมาณ 20%
เห็นผลประมาณ 20%
รู้สึกผิว แน่นและตึง ขึ้นเล็กน้อยทันที จากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม
เห็นใบหน้า ยกกระชับ ขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้า จากการหดตัวของชั้น SMAS
ระยะเห็นผลเต็มที่ (Peak Effect)
1 เดือน
1 เดือน
ผิวจะดูแน่น ฟู รูขุมขนกระชับ และคุณภาพผิวดีขึ้นอย่างชัดเจน รู้สึกได้ว่าหน้าดูเล็กลง เพราะไขมันส่วนเกินลดลง
หน้าจะยกกระชับ กรอบหน้าชัดขึ้น แก้มและหนียงดูยกขึ้น ทำให้หน้าดูเรียว V-Shape
ระยะเวลา
6-8 เดือน
6-8 เดือน
โปรแกรม Oligio และ โปรแกรม Ultraformer III ทำแล้วหน้าจะบวมไหม? ต้องพักฟื้นไหม?
การเลือกทำหัตถการยกกระชับที่ไม่มีแผลผ่าตัด (Non-Surgical) มักเป็นทางเลือกที่ลูกค้าต้องการลดเวลาการพักฟื้นให้น้อยที่สุด ซึ่งทั้ง 2 โปรแกรม Oligio และ Ultraformer III ถือเป็นหัตถการที่มี Downtime ต่ำมาก แต่มีอาการที่แตกต่างกันเล็กน้อยตามกลไกการทำงานของเครื่องมือ
4.1 การพักฟื้นหลังทำ โปรแรกม Oligio (Monopolar RF)
โปรแกรม Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ซึ่งเป็นการส่งความร้อนแบบ "กระจายตัว" ลงสู่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน ทำให้การตอบสนองของผิวในชั้นตื้นมีความอ่อนโยนกว่ามาก
- อาการบวม : แทบไม่มีอาการบวม ที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน หรือบวมน้อยมากจนไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
- อาการแดง : อาจมีอาการ ผิวแดงระเรื่อ (Flushing) บริเวณที่ทำเล็กน้อย เนื่องจากความร้อนใต้ผิวหนัง แต่โดยปกติแล้วอาการแดงนี้จะ หายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง หลังเสร็จสิ้นการรักษา
- ความรู้สึก : ลูกค้าจะรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิว และผิวจะรู้สึกตึงและแน่นขึ้นทันทีหลังทำ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าคอลลาเจนเก่ากำลังหดตัว
ระยะเวลาพักหน้า (Downtime) :
- ไม่ต้องพักหน้าเลย (Zero Downtime) : ลูกค้าสามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือออกงานสังคมได้ทันทีหลังทำ
- คำแนะนำ : ควรหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนจัด ๆ โดยตรงกับใบหน้า เช่น ซาวน่า หรืออบไอน้ำ เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้คอลลาเจนใหม่ถูกสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.2 การพักฟื้นหลังทำ โปรแกรม Ultraformer III
โปรแกรม Ultraformer III ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบ "โฟกัสเป็นจุด" ที่ความร้อนสูงในชั้นผิวที่ลึกกว่า โดยเฉพาะชั้น SMAS (ชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว) ซึ่งทำให้เกิดการตอบสนองของเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน
- อาการบวม : อาจมีอาการ บวมเล็กน้อย บริเวณแก้มและเหนียง โดยเฉพาะในผู้ที่แพทย์เน้นยิงพลังงานในชั้นไขมัน อาการบวมนี้มักจะสังเกตเห็นได้ชัดในวันแรกและจะ ค่อย ๆ ลดลงและหายไปเองภายใน 3-7 วัน
- ความรู้สึกใต้ผิว : ลูกค้าจะรู้สึก ตึง หน่วง หรือปวดเมื่อย บริเวณกรามและใต้คาง ซึ่งอาจคล้ายอาการปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย อาการนี้เป็นผลมาจากการที่ชั้น SMAS หดตัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าการยกกระชับกำลังดำเนินไป อาการตึงหน่วงนี้อาจคงอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์
- รอยแดง/รอยช้ำ : อาจมีรอยแดงจาง ๆ หลังทำทันที แต่จะหายไปอย่างรวดเร็ว โอกาสเกิดรอยช้ำน้อยมาก หากเกิดขึ้นมักเกิดจากความไวของผิว
ระยะเวลาพักหน้า (Downtime) :
- พักหน้าสั้นมาก (Minimal Downtime) : แม้จะมีอาการบวมและตึงหน่วง แต่โดยทั่วไปแล้ว ลูกค้า สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทันทีหลังทำ และสามารถแต่งหน้าปกปิดได้ หากมีความกังวลเรื่องรอยบวม
- คำแนะนำ : เน้นการหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนสูง และงดการนวดคลึงใบหน้าอย่างรุนแรงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อให้เนื้อเยื่อภายในเกิดการสร้างคอลลาเจนอย่างสมบูรณ์
ไม่ว่าคุณจะเลือกหัตถการใด ทั้งสองเครื่องมือนี้ถือเป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับการยกกระชับที่ไม่ต้องผ่าตัดและใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันทีค่ะ
โปรแกรม Oligio กับ โปรแกรม Ultraformer lll ทำคู่กันได้ไหม? ปัจจุบันการทำเครื่องยกกระชับคู่กัน ถือเป็นหัตถการที่นิยมมากในวงการยกกระชับผิว การรวมเทคโนโลยีที่แตกต่างกันเพื่อเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน มาดูกันว่า หากทำ 2 หัตถการนี้คู่กันแล้ว ผลลัพธ์จะปังแค่ไหนค่ะ
การยกกระชับใบหน้าให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบนั้น ต้องแก้ไขปัญหาผิวในทุกระดับชั้น ไม่ใช่เพียงแค่ชั้นใดชั้นหนึ่งเท่านั้น การทำ Oligio (Monopolar RF) และ Ultraformer III ร่วมกัน หรือที่เรียกว่า Duo Program จึงเป็นสูตรลับที่แพทย์ผิวหนังหลายท่านแนะนำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าการทำเพียงอย่างเดียว
6.1 ทำไม โปรแกรม Oligio และ โปรแกรมUltraformer III จึงควรทำร่วมกัน? ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าเกิดจากหลายปัจจัยในหลายระดับชั้นของผิว เมื่ออายุมากขึ้น:
6.1.1 ชั้นโครงสร้าง (SMAS) หย่อนยานลง ทำให้เกิดแก้มห้อยและเหนียง
6.1.2 ชั้นหนังแท้ (Dermis) เสื่อมสภาพ ทำให้คอลลาเจนลดลง ผิวจึงไม่แน่นและขาดความยืดหยุ่น
6.2 ผลลัพธ์จะดีขึ้นแค่ไหนเมื่อทำ Duo Program? การทำร่วมกันไม่ได้หมายถึงผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่หมายถึงการได้ "คุณภาพ" ของผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนี้
6.2.1 กรอบหน้าคมชัดยิ่งขึ้น : Ultraformer III จัดการกับชั้น SMAS ทำให้โครงหน้าถูกดึงยกขึ้นอย่างเป็นระเบียบ เมื่อรวมกับ Oligio ที่ช่วยลดไขมันส่วนเกินและทำให้ผิวชั้นนอกแน่นขึ้นอีกชั้น กรอบหน้าจึงดู คม ชัดเจน และเรียวเล็ก ได้มากยิ่งขึ้น
6.1.2 ผิวแน่นฟูระดับสูงสุด : Ultraformer III เน้นการหดตัวของเนื้อเยื่อเพื่อดึงขึ้น แต่ Oligio จะเน้นการสร้างคอลลาเจนจำนวนมากทั่วทั้งชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวชั้นบนมี ความยืดหยุ่น เนียน และดูมีน้ำมีนวล ขึ้น
6.1.3 รูขุมขนกระชับและผิวเรียบเนียน : พลังงาน RF ของ Oligio มีประสิทธิภาพสูงในการกระตุ้นคอลลาเจนรอบรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ Ultraformer lll เพียงอย่างเดียวให้ไม่ได้
คำแนะนำในการทำ Duo Program
- ลำดับการทำ : แพทย์มักจะแนะนำให้ทำ Ultraformer III ก่อน เพื่อทำการยกโครงสร้างชั้นลึก จากนั้นจึงใช้ Oligio เพื่อเก็บรายละเอียดและกระชับไขมันส่วนเกิน เพิ่มความแน่นฟูให้กับผิวชั้นตื้นในบริเวณที่ต้องการ
- ระยะเวลาการเห็นผล : ผลลัพธ์สุดท้ายที่สมบูรณ์แบบจะปรากฏในช่วงประมาณ 1 เดือน หลังการรักษา เนื่องจากเป็นช่วงที่คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นจากทั้งสองเครื่องมือกำลังสร้างตัวและจัดเรียงอย่างเต็มที่
- ความคุ้มค่า : แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทำเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่ได้ทั้งการยกกระชับ การลดไขมัน และการฟื้นฟูคุณภาพผิว การทำ Duo Program ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการย้อนวัยโดยไม่ต้องผ่าตัด