โปรแกรมกำจัดขน โดย Dr.Seen หมอซีน by คลินิกเวชกรรมหมอสักกาเดช

เทคโนโลยีกำจัดขน ที่ยิงลึกถึงรากถึงโคน ทำให้ขนออกช้ากว่าเดิม

หลายๆคนกำลังมองหาการกำจัดขนที่ลงลึกถึงรากขนได้อย่างแม่นยำ และคาดหวังให้ขนขึ้นช้าที่สุด การกำจัดขนมีหลายวิธีแต่วิธีไหนหล่ะ? เป็นวิธีที่เวิร์คที่สุด
เลือกอ่านตามหัวข้อ
by dr. Seen Clinic

โปรโมชั่นสุดฮิต

ที่ Dr.Seen

Dr.Seen หมอซีน by คลินิกเวชกรรมหมอสักกาเดช
โปรเเกรม UFM
ราคาพิเศษเพียงเเค่ 6,900 ได้ถึง 200 shots จองเลย ติดต่อเลย
Dr.Seen หมอซีน by คลินิกเวชกรรมหมอสักกาเดช
โปรเเกรม Oligio
เพียงเริ่มต้ม แค่ 6,900.- ได้ถึง 100 shots จองเลย ติดต่อเลย
Dr.Seen หมอซีน by คลินิกเวชกรรมหมอสักกาเดช
โปรเเกรม ร้อยไหมV-lift
แค่ 3,999.- จองเลย ติดต่อเลย

โปรแกรม Yag Laser คืออะไร และช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

         โปรแกรม YAG Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ใช้พลังงานแสงความยาวคลื่นสูงในการลงสู่ผิวหนัง เพื่อแก้ไขปัญหาผิวต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยตัวเครื่องสามารถปรับความยาวคลื่นและความแรงของแสงให้เหมาะกับแต่ละปัญหาผิวทำให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงและผลข้างเคียงน้อย

         ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย YAG Laser จึงเป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ดูแลผิวอย่างครบวงจร ตั้งแต่เรื่องขน ฝ้า รอยแดง รูขุมขน จนถึงผิวหย่อนคล้อย ผลลัพธ์ออกมาค่อนข้างชัดเจนและปลอดภัย เมื่อทำโดย  ผู้เชี่ยวชาญ

1. จุดเด่นของ YAG Laser ที่ Dr.Seen

  1. เหมาะกับทุกสีผิว
    โปรแกรม YAG Laser ที่ Dr.Seen ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้ได้กับทุกสีผิว ตั้งแต่ผิวขาวไปจนถึงผิวคล้ำ โดยไม่จำเป็นต้องปรับพลังงานหรือความยาวคลื่นของเลเซอร์

  2. ความปลอดภัยสูง
    การใช้เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร ช่วยให้สามารถเจาะลึกถึงรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้ผิวหนังบริเวณรอบๆ ระคายเคืองหรือเกิดอาการไม่พึงประสงค์

  3. ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
    การกำจัดขนด้วย YAG Laser ที่ Dr.Seen ช่วยให้ขนหลุดออกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้เกิดขนคุดหรือผิวหนังไก่ และช่วยให้ผิวบริเวณที่ทำมีความเรียบเนียนขึ้น

  4. เทคโนโลยี Cooling สูตรเย็น
    การใช้เทคโนโลยี Cooling สูตรเย็นช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างการทำเลเซอร์ และช่วยให้การรักษามีความสบายมากขึ้น

2. กลไกการทำงานของ YAG Laser

         2.1 กลไกการทำงานของ YAG Laser

  • พลังงานแสงจากเลเซอร์ถูก เม็ดสีเมลานิน ดูดซับ
  • เม็ดสีที่ดูดซับพลังงานนี้จะ ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รากขนถูกทำลายโดยตรง
  • กระบวนการนี้ทำให้ ไม่กระทบผิวหนังรอบ ๆ ทำให้ผิวไม่ไหม้หรือระคายเคือง

         2.2 ทำลายรากขน

  • ความร้อนจากเม็ดสีเมลานินจะ ทำลายเซลล์รากขนและหลอดเลือดเลี้ยงรากขน
  • ส่งผลให้ขน หลุดออกอย่างเป็นธรรมชาติ และชะลอการงอกของขนใหม่

         2.3 กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว (Optional)

  • ในบางเทคนิค การยิงเลเซอร์ลงไปยังชั้นหนังแท้จะ กระตุ้นไฟโบรบลาสต์สร้างคอลลาเจน
  • ช่วยให้ผิวรอบ ๆ ดูเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ และผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น

         2.4 การควบคุมความร้อน (Cooling System)

  • เครื่อง YAG Laser มักมาพร้อม ระบบ Cooling เพื่อลดความร้อนที่ผิวชั้นบน
  • ช่วยลดความเจ็บปวดและป้องกันการไหม้ของผิว

สรุปง่าย ๆ

          YAG Laser ทำงานโดยใช้หลัก Selective Photothermolysis คือ ใช้แสงเลเซอร์เจาะลงไปทำลาย เป้าหมายเฉพาะ เช่น รากขนหรือเม็ดสีใต้ผิว โดยไม่ทำลายผิวรอบ ๆ และบางครั้งยังช่วยกระชับผิวและสร้างคอลลาเจน ทำให้ทั้ง กำจัดขน ลดเม็ดสี และกระชับผิว ได้ในคราวเดียว

3. การทำเลเซอร์และผลลัพธ์

        3.1 ขั้นตอนการทำ

  • เตรียมผิว – ทำความสะอาดรักแร้และโกนขนให้เรียบร้อย
  • ปรับตั้งค่าเลเซอร์ – เลือกความแรงและความยาวคลื่นให้เหมาะกับสภาพผิวและสีขน
  • ยิงเลเซอร์ – พลังงานเลเซอร์จะถูกเม็ดสีในรากขนดูดซับ ทำให้รากขนถูกทำลาย
  • Cooling & ป้องกันผิว – ระบบ Cooling ช่วยลดความร้อนและความเจ็บปวด ทำให้ผิวไม่ไหม้

        3.2 ผลลัพธ์ที่ได้

  • ลดปริมาณขนอย่างชัดเจน – หลังทำหลายครั้งขนจะบางลงและขึ้นช้าลง
  • ผลลัพธ์ถาวรบางส่วน – ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งและปัจจัยส่วนบุคคล (สีผิว สีขน ฮอร์โมน)
  • ผิวเรียบเนียน – ลดปัญหาขนคุด ผิวไม่ระคายเคือง
  • ความปลอดภัยสูง – เหมาะสำหรับทุกสีผิว แม้ผิวเข้ม

ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลถาวร

          โดยทั่วไปแล้ว การเลเซอร์กำจัดขนด้วย Yag Laser เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจและใกล้เคียงกับคำว่า "ถาวร" (ขนลดลงอย่างเห็นได้ชัดและขึ้นใหม่น้อยมาก) มักจะต้องทำซ้ำอย่างต่อเนื่องประมาณ 5-8 ครั้ง ขึ้นไปค่ะ

          อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลและบริเวณที่ทำ ดังนี้

1. วงจรการเติบโตของเส้นขน

  • เลเซอร์จะทำงานได้ดีที่สุดกับขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) ซึ่งมีเพียงประมาณ 20-30% ของขนทั้งหมดในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้นจึงต้องทำซ้ำหลายครั้งเพื่อให้ครอบคลุมขนที่งอกขึ้นมาในแต่ละรอบ
  • การทำเลเซอร์จึงควรเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ ต่อครั้ง เพื่อให้ขนชุดใหม่เข้าสู่ระยะเจริญเติบโต

2. ลักษณะของเส้นขน

  • คนที่มี ขนหนา สีเข้ม และปริมาณมาก อาจต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่าคนที่มีขนบางและน้อย

3. บริเวณที่ทำการรักษา

  • บริเวณที่มีขนหนาแน่นและฮอร์โมนสูง เช่น ขนเครา หนวด หรือบริเวณบิกินี่ อาจต้องใช้จำนวนครั้งมากขึ้น (บางกรณีอาจถึง 8-10 ครั้ง)
  • บริเวณรักแร้ หรือแขนขา มักจะเห็นผลได้ในจำนวนครั้งที่น้อยกว่า

สรุปโดยประมาณ

  • เริ่มเห็นผล: ตั้งแต่ครั้งแรก ๆ ที่ทำ ขนจะเริ่มขึ้นช้าลง และเส้นบางลง
  • ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ/กึ่งถาวร: ส่วนใหญ่อยู่ที่ 5-8 ครั้ง
  • หลังจากจบคอร์ส: อาจยังมีขนอ่อน ๆ ขึ้นมาบ้างเล็กน้อย (ประมาณ 5-10%) ซึ่งแทบไม่เป็นที่สังเกต และอาจมีการทำซ้ำเพื่อคงสภาพ (Maintenance) ปีละ 1-2 ครั้ง

โปรแกรม Yag laser แต่ละครั้งควรเว้นระยะห่างนานแค่ไหน

          โดยทั่วไปแล้ว การทำเลเซอร์กำจัดขนด้วย Yag Laser ในแต่ละครั้ง ควรเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ (หรือประมาณ 1 เดือน) ค่ะ เหตุผลที่ต้องเว้นระยะห่างตามช่วงเวลานี้คือ

1. วงจรการเติบโตของเส้นขน (Hair Growth Cycle)

  • เลเซอร์จะทำลายรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเฉพาะขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) เท่านั้น
  • การเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ขนชุดถัดไปที่เคยอยู่ในระยะพัก (Telogen Phase) จะงอกขึ้นมาและเข้าสู่ระยะเจริญเติบโต ทำให้เลเซอร์สามารถยิงทำลายรากขนชุดใหม่ได้อย่างแม่นยำ

ข้อควรทราบเพิ่มเติม

  • คนที่มี ขนหนา สีเข้ม และปริมาณมาก อาจต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่าคนที่มีขนบางและน้อย
  • หลังเห็นผลชัดเจน: เมื่อทำไปได้หลายครั้งและปริมาณขนลดลงอย่างมากแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้ขยายระยะห่างออกไปเป็น 6-8 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น เพื่อรอให้ขนอ่อนที่เหลืออยู่กลับมางอกใหม่ก่อน
  • คำแนะนำของแพทย์: สิ่งที่ดีที่สุดคือการทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำการรักษาให้คุณ เนื่องจากพวกเขาจะประเมินลักษณะขนและการตอบสนองของผิวคุณในแต่ละครั้งได้อย่างเหมาะสมที่สุดค่ะ

ทำโปรแกรม Yag Laser เจ็บไหม?

          ความรู้สึกขณะทำเลเซอร์กำจัดขนด้วย Yag Laser นั้น มีความเจ็บในระดับที่สามารถทนได้ ค่ะ โดยความรู้สึกที่พบบ่อยที่สุดคือ

  • เหมือนถูกหนังยางดีดเบา ๆ (Rubber Band Snap): เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเร็วและหายไปทันทีเมื่อเลเซอร์ยิงลงไป
  • รู้สึกอุ่น/ร้อนเล็กน้อย: เนื่องจากพลังงานเลเซอร์เปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อทำลายรากขน

1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเจ็บ

  • บริเวณที่ทำ:
    • เจ็บน้อย: บริเวณที่มีเนื้อเยอะและผิวหนา เช่น แขน ขา หลัง
    • เจ็บมากกว่า: บริเวณที่ผิวบอบบาง มีขนหนาแน่น หรือใกล้กระดูก เช่น รักแร้ ใบหน้า (หนวด/คาง) และบริเวณบิกินี่/จุดซ่อนเร้น
  • ความหนาแน่นและสีของขน: ยิ่งขนหนาและสีเข้มมากเท่าไหร่ การดูดซับพลังงานก็จะสูงขึ้น ทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้น
  • เครื่องทำความเย็น (Cooling System): เครื่องเลเซอร์ Yag ที่ได้มาตรฐาน (เช่น Gentle YAG) มักมีระบบเป่าลมเย็น หรือใช้เจลเย็นควบคู่ไปกับการยิงเลเซอร์ ซึ่งช่วยลดความร้อนและบรรเทาความเจ็บได้มาก ทำให้การรักษาค่อนข้างสบายผิว

2. การจัดการความเจ็บปวด

          หากคุณมีความกังวลเรื่องความเจ็บมาก สามารถแจ้งแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนทำได้เลยค่ะ ซึ่งอาจมีการพิจารณาใช้

  • ยาชาแบบทา (Numbing Cream): ทาในบริเวณที่บอบบางก่อนทำประมาณ 30-45 นาที
  • การปรับพลังงานเลเซอร์: แพทย์จะปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวและความทนทานต่อความเจ็บของคุณ

Yag Laser กำจัดขนได้บริเวณไหนบ้าง

          Yag Laser (Long Pulse Nd:YAG Laser) เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขนที่มีความสามารถสูง เนื่องจากมีความยาวคลื่นที่สามารถลงลึกถึงรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงสามารถใช้กำจัดขนได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย รวมถึงบริเวณที่คุณกล่าวถึงทั้งหมดด้วยค่ะ

แล้วทำไมต้องเป็นโปรแกรม Yag Laser

          โปรแกรม Yag Laser (Long Pulse Nd:YAG Laser) แตกต่างจากเครื่องเลเซอร์กำจัดขนชนิดอื่น ๆ หลัก ๆ คือ ความยาวคลื่นของแสงเลเซอร์ (Wavelength) ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าพลังงานจะถูกดูดซับโดยเม็ดสีเมลานิน (ในเส้นขน) และแทรกซึมลงไปในผิวหนังได้ลึกแค่ไหน มาดูกันค่ะ

1. สรุปความแตกต่างที่โดดเด่นของ Yag Laser

          1.1 ความปลอดภัยสำหรับผิวคล้ำ (Safety for Darker Skin)

  • Yag Laser มีความยาวคลื่นที่ยาวที่สุด ($1064 \text{ nm}$) ทำให้ถูกดูดซับโดยเม็ดสีเมลานินในผิวหนังชั้นบน (Epidermis) น้อยมาก
  • ดังนั้น Yag Laser จึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ที่มีผิวสีเข้มหรือผิวคล้ำของคนเอเชีย (Skin Type IV-VI) เพราะลดความเสี่ยงของการเกิดรอยไหม้หรือรอยดำหลังทำได้ดีกว่า  Alexandrite Laser

          1.2 ประสิทธิภาพในการกำจัดขนหนาและรากลึก (Deep Hair Removal)

  • เนื่องจากคลื่นมีความยาวมากที่สุด จึงสามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกที่สุด
  • จึงมีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดขนบริเวณที่มีรากขนลึก เช่น ขนขา ขนรักแร้ หรือขนบริเวณบิกินี่/เครา ซึ่งมักมีรากขนที่อยู่ลึกกว่าขนบริเวณอื่น

เคล็ดลับความสวย

อยากหน้าละมุน มีเคล็ดลับอะไรบ้าง อยากหน้าละมุนหมอซีนช่วยได้

หน้าละมุน คือการที่เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่เพอร์เฟคที่สุด

เหนียงแก้ยังไงก็ไม่หาย จัดการยังไงดี หมอซีนมีวิธีช่วยค่ะ

ปัญหาเหนียงเป็นเรื่องที่หลายคนกังวล เพราะทำให้ดูมีอายุขึ้น?

ใครที่คิดทรงปากไม่ออก ทางนี้ หมอซีนจัดให้

อยากฉีดฟิลเลอร์ปาก แต่กลัวไม่เข้ากับหน้า เลือกทรงปากยังไงดี?