โปรโมชั่นสุดฮิต
ที่ Dr.Seen
โปรแกรม Yag Laser คืออะไร และช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
โปรแกรม YAG Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ใช้พลังงานแสงความยาวคลื่นสูงในการลงสู่ผิวหนัง เพื่อแก้ไขปัญหาผิวต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยตัวเครื่องสามารถปรับความยาวคลื่นและความแรงของแสงให้เหมาะกับแต่ละปัญหาผิวทำให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงและผลข้างเคียงน้อย
ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย YAG Laser จึงเป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ดูแลผิวอย่างครบวงจร ตั้งแต่เรื่องขน ฝ้า รอยแดง รูขุมขน จนถึงผิวหย่อนคล้อย ผลลัพธ์ออกมาค่อนข้างชัดเจนและปลอดภัย เมื่อทำโดย ผู้เชี่ยวชาญ
1. จุดเด่นของ YAG Laser ที่ Dr.Seen
- เหมาะกับทุกสีผิว
โปรแกรม YAG Laser ที่ Dr.Seen ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้ได้กับทุกสีผิว ตั้งแต่ผิวขาวไปจนถึงผิวคล้ำ โดยไม่จำเป็นต้องปรับพลังงานหรือความยาวคลื่นของเลเซอร์ - ความปลอดภัยสูง
การใช้เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร ช่วยให้สามารถเจาะลึกถึงรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้ผิวหนังบริเวณรอบๆ ระคายเคืองหรือเกิดอาการไม่พึงประสงค์ - ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
การกำจัดขนด้วย YAG Laser ที่ Dr.Seen ช่วยให้ขนหลุดออกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้เกิดขนคุดหรือผิวหนังไก่ และช่วยให้ผิวบริเวณที่ทำมีความเรียบเนียนขึ้น - เทคโนโลยี Cooling สูตรเย็น
การใช้เทคโนโลยี Cooling สูตรเย็นช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างการทำเลเซอร์ และช่วยให้การรักษามีความสบายมากขึ้น
2. กลไกการทำงานของ YAG Laser
2.1 กลไกการทำงานของ YAG Laser
- พลังงานแสงจากเลเซอร์ถูก เม็ดสีเมลานิน ดูดซับ
- เม็ดสีที่ดูดซับพลังงานนี้จะ ร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รากขนถูกทำลายโดยตรง
- กระบวนการนี้ทำให้ ไม่กระทบผิวหนังรอบ ๆ ทำให้ผิวไม่ไหม้หรือระคายเคือง
2.2 ทำลายรากขน
- ความร้อนจากเม็ดสีเมลานินจะ ทำลายเซลล์รากขนและหลอดเลือดเลี้ยงรากขน
- ส่งผลให้ขน หลุดออกอย่างเป็นธรรมชาติ และชะลอการงอกของขนใหม่
2.3 กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว (Optional)
- ในบางเทคนิค การยิงเลเซอร์ลงไปยังชั้นหนังแท้จะ กระตุ้นไฟโบรบลาสต์สร้างคอลลาเจน
- ช่วยให้ผิวรอบ ๆ ดูเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ และผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น
2.4 การควบคุมความร้อน (Cooling System)
- เครื่อง YAG Laser มักมาพร้อม ระบบ Cooling เพื่อลดความร้อนที่ผิวชั้นบน
- ช่วยลดความเจ็บปวดและป้องกันการไหม้ของผิว
สรุปง่าย ๆ
YAG Laser ทำงานโดยใช้หลัก Selective Photothermolysis คือ ใช้แสงเลเซอร์เจาะลงไปทำลาย เป้าหมายเฉพาะ เช่น รากขนหรือเม็ดสีใต้ผิว โดยไม่ทำลายผิวรอบ ๆ และบางครั้งยังช่วยกระชับผิวและสร้างคอลลาเจน ทำให้ทั้ง กำจัดขน ลดเม็ดสี และกระชับผิว ได้ในคราวเดียว
3. การทำเลเซอร์และผลลัพธ์
3.1 ขั้นตอนการทำ
- เตรียมผิว – ทำความสะอาดรักแร้และโกนขนให้เรียบร้อย
- ปรับตั้งค่าเลเซอร์ – เลือกความแรงและความยาวคลื่นให้เหมาะกับสภาพผิวและสีขน
- ยิงเลเซอร์ – พลังงานเลเซอร์จะถูกเม็ดสีในรากขนดูดซับ ทำให้รากขนถูกทำลาย
- Cooling & ป้องกันผิว – ระบบ Cooling ช่วยลดความร้อนและความเจ็บปวด ทำให้ผิวไม่ไหม้
3.2 ผลลัพธ์ที่ได้
- ลดปริมาณขนอย่างชัดเจน – หลังทำหลายครั้งขนจะบางลงและขึ้นช้าลง
- ผลลัพธ์ถาวรบางส่วน – ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งและปัจจัยส่วนบุคคล (สีผิว สีขน ฮอร์โมน)
- ผิวเรียบเนียน – ลดปัญหาขนคุด ผิวไม่ระคายเคือง
- ความปลอดภัยสูง – เหมาะสำหรับทุกสีผิว แม้ผิวเข้ม
ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลถาวร
โดยทั่วไปแล้ว การเลเซอร์กำจัดขนด้วย Yag Laser เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจและใกล้เคียงกับคำว่า "ถาวร" (ขนลดลงอย่างเห็นได้ชัดและขึ้นใหม่น้อยมาก) มักจะต้องทำซ้ำอย่างต่อเนื่องประมาณ 5-8 ครั้ง ขึ้นไปค่ะ
อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลและบริเวณที่ทำ ดังนี้
1. วงจรการเติบโตของเส้นขน
- เลเซอร์จะทำงานได้ดีที่สุดกับขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) ซึ่งมีเพียงประมาณ 20-30% ของขนทั้งหมดในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้นจึงต้องทำซ้ำหลายครั้งเพื่อให้ครอบคลุมขนที่งอกขึ้นมาในแต่ละรอบ
- การทำเลเซอร์จึงควรเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ ต่อครั้ง เพื่อให้ขนชุดใหม่เข้าสู่ระยะเจริญเติบโต
2. ลักษณะของเส้นขน
- คนที่มี ขนหนา สีเข้ม และปริมาณมาก อาจต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่าคนที่มีขนบางและน้อย
3. บริเวณที่ทำการรักษา
- บริเวณที่มีขนหนาแน่นและฮอร์โมนสูง เช่น ขนเครา หนวด หรือบริเวณบิกินี่ อาจต้องใช้จำนวนครั้งมากขึ้น (บางกรณีอาจถึง 8-10 ครั้ง)
- บริเวณรักแร้ หรือแขนขา มักจะเห็นผลได้ในจำนวนครั้งที่น้อยกว่า
สรุปโดยประมาณ
- เริ่มเห็นผล: ตั้งแต่ครั้งแรก ๆ ที่ทำ ขนจะเริ่มขึ้นช้าลง และเส้นบางลง
- ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ/กึ่งถาวร: ส่วนใหญ่อยู่ที่ 5-8 ครั้ง
- หลังจากจบคอร์ส: อาจยังมีขนอ่อน ๆ ขึ้นมาบ้างเล็กน้อย (ประมาณ 5-10%) ซึ่งแทบไม่เป็นที่สังเกต และอาจมีการทำซ้ำเพื่อคงสภาพ (Maintenance) ปีละ 1-2 ครั้ง
โปรแกรม Yag laser แต่ละครั้งควรเว้นระยะห่างนานแค่ไหน
โดยทั่วไปแล้ว การทำเลเซอร์กำจัดขนด้วย Yag Laser ในแต่ละครั้ง ควรเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ (หรือประมาณ 1 เดือน) ค่ะ เหตุผลที่ต้องเว้นระยะห่างตามช่วงเวลานี้คือ
1. วงจรการเติบโตของเส้นขน (Hair Growth Cycle)
- เลเซอร์จะทำลายรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเฉพาะขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) เท่านั้น
- การเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ขนชุดถัดไปที่เคยอยู่ในระยะพัก (Telogen Phase) จะงอกขึ้นมาและเข้าสู่ระยะเจริญเติบโต ทำให้เลเซอร์สามารถยิงทำลายรากขนชุดใหม่ได้อย่างแม่นยำ
ข้อควรทราบเพิ่มเติม
- คนที่มี ขนหนา สีเข้ม และปริมาณมาก อาจต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่าคนที่มีขนบางและน้อย
- หลังเห็นผลชัดเจน: เมื่อทำไปได้หลายครั้งและปริมาณขนลดลงอย่างมากแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้ขยายระยะห่างออกไปเป็น 6-8 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น เพื่อรอให้ขนอ่อนที่เหลืออยู่กลับมางอกใหม่ก่อน
- คำแนะนำของแพทย์: สิ่งที่ดีที่สุดคือการทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำการรักษาให้คุณ เนื่องจากพวกเขาจะประเมินลักษณะขนและการตอบสนองของผิวคุณในแต่ละครั้งได้อย่างเหมาะสมที่สุดค่ะ
ทำโปรแกรม Yag Laser เจ็บไหม?
ความรู้สึกขณะทำเลเซอร์กำจัดขนด้วย Yag Laser นั้น มีความเจ็บในระดับที่สามารถทนได้ ค่ะ โดยความรู้สึกที่พบบ่อยที่สุดคือ
- เหมือนถูกหนังยางดีดเบา ๆ (Rubber Band Snap): เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเร็วและหายไปทันทีเมื่อเลเซอร์ยิงลงไป
- รู้สึกอุ่น/ร้อนเล็กน้อย: เนื่องจากพลังงานเลเซอร์เปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อทำลายรากขน
1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเจ็บ
- บริเวณที่ทำ:
- เจ็บน้อย: บริเวณที่มีเนื้อเยอะและผิวหนา เช่น แขน ขา หลัง
- เจ็บมากกว่า: บริเวณที่ผิวบอบบาง มีขนหนาแน่น หรือใกล้กระดูก เช่น รักแร้ ใบหน้า (หนวด/คาง) และบริเวณบิกินี่/จุดซ่อนเร้น
- ความหนาแน่นและสีของขน: ยิ่งขนหนาและสีเข้มมากเท่าไหร่ การดูดซับพลังงานก็จะสูงขึ้น ทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้น
- เครื่องทำความเย็น (Cooling System): เครื่องเลเซอร์ Yag ที่ได้มาตรฐาน (เช่น Gentle YAG) มักมีระบบเป่าลมเย็น หรือใช้เจลเย็นควบคู่ไปกับการยิงเลเซอร์ ซึ่งช่วยลดความร้อนและบรรเทาความเจ็บได้มาก ทำให้การรักษาค่อนข้างสบายผิว
2. การจัดการความเจ็บปวด
หากคุณมีความกังวลเรื่องความเจ็บมาก สามารถแจ้งแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนทำได้เลยค่ะ ซึ่งอาจมีการพิจารณาใช้
- ยาชาแบบทา (Numbing Cream): ทาในบริเวณที่บอบบางก่อนทำประมาณ 30-45 นาที
- การปรับพลังงานเลเซอร์: แพทย์จะปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวและความทนทานต่อความเจ็บของคุณ
Yag Laser กำจัดขนได้บริเวณไหนบ้าง
Yag Laser (Long Pulse Nd:YAG Laser) เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์กำจัดขนที่มีความสามารถสูง เนื่องจากมีความยาวคลื่นที่สามารถลงลึกถึงรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงสามารถใช้กำจัดขนได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย รวมถึงบริเวณที่คุณกล่าวถึงทั้งหมดด้วยค่ะ
แล้วทำไมต้องเป็นโปรแกรม Yag Laser
โปรแกรม Yag Laser (Long Pulse Nd:YAG Laser) แตกต่างจากเครื่องเลเซอร์กำจัดขนชนิดอื่น ๆ หลัก ๆ คือ ความยาวคลื่นของแสงเลเซอร์ (Wavelength) ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าพลังงานจะถูกดูดซับโดยเม็ดสีเมลานิน (ในเส้นขน) และแทรกซึมลงไปในผิวหนังได้ลึกแค่ไหน มาดูกันค่ะ
1. สรุปความแตกต่างที่โดดเด่นของ Yag Laser
1.1 ความปลอดภัยสำหรับผิวคล้ำ (Safety for Darker Skin)
- Yag Laser มีความยาวคลื่นที่ยาวที่สุด ($1064 \text{ nm}$) ทำให้ถูกดูดซับโดยเม็ดสีเมลานินในผิวหนังชั้นบน (Epidermis) น้อยมาก
- ดังนั้น Yag Laser จึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ที่มีผิวสีเข้มหรือผิวคล้ำของคนเอเชีย (Skin Type IV-VI) เพราะลดความเสี่ยงของการเกิดรอยไหม้หรือรอยดำหลังทำได้ดีกว่า Alexandrite Laser
1.2 ประสิทธิภาพในการกำจัดขนหนาและรากลึก (Deep Hair Removal)
- เนื่องจากคลื่นมีความยาวมากที่สุด จึงสามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกที่สุด
- จึงมีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดขนบริเวณที่มีรากขนลึก เช่น ขนขา ขนรักแร้ หรือขนบริเวณบิกินี่/เครา ซึ่งมักมีรากขนที่อยู่ลึกกว่าขนบริเวณอื่น