โปรแกรมร้อยไหม VS ฟิลเลอร์ เลือกหัตถการไหนแก้ "ร่องแก้ม" ให้ตรงจุดที่สุด?
ร่องแก้มลึกเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แต่การเลือกว่าจะใช้ “ร้อยไหม” (Thread Lift) หรือ “ฟิลเลอร์” (Dermal Filler) นั้น ต้องพิจารณาจาก สาเหตุหลัก ของการเกิดร่องแก้มนั้นๆ เพราะทั้งสองหัตถการมีกลไกการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้หมอซีนจะมาอธิบายให้เข้าใจค่ะ
1.1 โปรแกรมร้อยไหมยกร่องแก้ม
การร้อยไหมเป็นการใช้เข็มนำเส้นไหมที่มีเงี่ยง สอดเข้าไปใต้ผิวหนัง เมื่อดึงเข็มออก เงี่ยงของไหมจะเกี่ยวและยึดเกาะกับเนื้อเยื่อใต้ผิว จากนั้นหมอซีนจะทำการดึงเพื่อ ยกกระชับ เนื้อแก้มที่หย่อนคล้อยและตกลงมากองทับร่องแก้มให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม
1.1.1 เหมาะกับปัญหาแบบไหน?
ร้อยไหมเหมาะสำหรับร่องแก้มที่เกิดจาก "ความหย่อนคล้อย" หรือ "เนื้อกอง"
- ร่องแก้มที่เกิดจากเนื้อแก้มส่วนบนตกลงมา : ลักษณะของร่องแก้มจะดูเหมือนมีเนื้อแก้มกองอยู่ด้านบนเส้นร่อง
- ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย (Sagginess) โดยรวม : ต้องการเก็บกรอบหน้าและยกกระชับใบหน้าส่วนล่างไปพร้อมกันออ
- รอยบุ๋ม (Dimpling) หรือผิวที่ไม่เรียบ: ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน : เส้นไหมจะสลายไปตามเวลา แต่ในระหว่างที่ไหมอยู่ใต้ผิวจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแข็งแรงและยกกระชับขึ้นหลังไหมสลายไปแล้ว
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ความเป็นธรรมชาติ : เน้นการคืนตำแหน่งของเนื้อเยื่อมากกว่าการเติมเต็มปริมาตร
1.1.2 ข้อดีของการร้อยไหมยกร่องแก้ม
- เห็นผลลัพธ์ทันที
- แก้ปัญหาที่ต้นเหตุของการหย่อนคล้อย
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวแข็งแรงในระยะยาว
- ช่วยเก็บกรอบหน้าให้คมชัดขึ้นพร้อมกัน
- ไหมที่เราใช้สามารถละลายได้เองตามธรรมชาติ ตามระยะเวลาของไหมแต่ละยี่ห้อ
1.2 โปรแกรม ฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็มหลักๆ คือ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่พบตามธรรมชาติในผิวหนัง การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในบริเวณร่องแก้มจะทำหน้าที่เสมือนเป็น โครงสร้างทดแทน เนื้อเยื่อหรือกระดูกที่ยุบตัวไป
1.2.1 เหมาะกับปัญหาแบบไหน?
ฟิลเลอร์เหมาะสำหรับร่องแก้มที่เกิดจาก "การยุบตัว" หรือ "การขาดปริมาตร" ได้แก่
- ร่องลึกแบบเป็นเส้นตรง : ที่เห็นชัดเจนแม้ในขณะที่คุณไม่ได้ยิ้มหรือแสดงสีหน้า
- ร่องแก้มที่เกิดจากการยุบตัวของกระดูกแก้ม : หรือไขมันบริเวณใต้ตาและแก้มส่วนบน (Mid-face Volume Loss) ทำให้เกิดเงาและร่องลึกที่ชัดเจน
- ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว : เห็นร่องแก้มตื้นขึ้นได้ทันทีหลังทำ
- ผู้ที่ไม่มีปัญหาความหย่อนคล้อยมากนัก : หรือมีปัญหาหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย
1.2.2 ข้อดีหลัก
-
- เห็นผลลัพธ์ทันที
- เแม่นยำในการแก้ร่องลึกเป็นจุดๆ
- ฟิลเลอร์ HA สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ตามระยะเวลาของฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ
สิ่งสำคัญที่สุด : ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสถานความงามที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และสาเหตุของร่องแก้มอย่างละเอียด ว่าควรใช้เป็นโปรแกรมร้อยไหม หรือโปรแกรมฟิลเลอร์ ซึ่งจะนำไปสู่แผนการรักษาที่เหมาะสมและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณลูกค้าค่ะ
ทั้ง 2 หัตถการนี้ เห็นผลทันทีหลังทำไหม?
2.1 โปรแกรมร้อยไหมยกร่องแก้ม : เห็นผลทันที ในเรื่องของการยกกระชับ แต่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วง 3 สัปดาห์หลังทำ เพราะเป็นช่วงที่ไหมเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างเต็มที่
2.2 โปรแกรมฟิลเลอร์ร่องแก้ม : เห็นผลทันที หลังฉีด (ร่องแก้มตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด) แต่จะมีอาการบวมหรือช้ำเล็กน้อย สำหรับผู้ที่บวมง่าย ช้ำง่ายซึ่ง อาการเหล่านี้จะค่อยๆยุบลงและเข้าที่ภายใน 1-2 สัปดาห์
ราคาต่างกันมากไหม? ต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่?
3.1 ร้อยไหมยกร่องแก้ม : ราคาจะคิดเป็นจำนวนเส้น หรือเป็น คู่ (เช่น 4 เส้น, 6 เส้น, 8 เส้น) ขึ้นอยู่กับความหย่อนคล้อยของผิวและชนิดของไหมที่ใช้
3.2 ฟิลเลอร์ร่องแก้ม : ราคาจะคิดเป็นต่อซีซี (cc) โดยทั่วไปมักใช้ประมาณ 1 - 3 cc (รวมสองข้าง) ขึ้นอยู่กับความลึกของร่องแก้มและเทคนิคการฉีดของแพทย์
ทั้ง 2 หัตถการนี้ สามารถทำควบคู่กันได้ไหม?
สามารถทำควบคู่กันได้ และเป็นวิธีที่แพทย์แนะนำบ่อยที่สุดค่ะ
โปรแกรมร้อยไหม จะช่วย ยกกระชับ โครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อย ส่วนโปรแกรมฟิลเลอร์ จะช่วย เติมเต็ม ร่องลึกที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งทำออกมาแล้ว ผลลัพธ์โซจึ้งทุกเคส เพราะฝีมือหมอซีนค่ะ
รู้หรือไม่?
แพทย์มักจะแนะนำให้ทำโปรแกรมร้อยไหมก่อน แล้วจะค่อยเติมโปรแกรมฟิลเลอร์ลงไปในส่วนที่ร่องแก้มยังเหลืออยู่ เป็นหัตถการที่ลูกค้าคลินิกหมอซีนนิยมกันมาก ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวย ละมุนไม่โป๊ะ ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยค่ะ แต่ทั้งนี้การวางแผนการรักษาควรปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์โดยตรงเพื่อความเหมาะสมกับใบหน้าของคุณที่สุดค่ะ
เลือกไหมยังไงดี ?
การร้อยไหมร่องแก้มจะเน้นที่การใช้ "ไหมมีเงี่ยง" หรือ "ไหมก้างปลา" (Cog/Barb Thread) เพื่อดึงเนื้อแก้มที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น โดยไหมที่มีแรงยกสูงมักจะเป็นไหมที่ใช้เทคนิคการผลิตเงี่ยงแบบพิเศษ
5.1 ไหม PDO (Polydioxanone) ป็นวัสดุพื้นฐานที่นิยมใช้ มีทั้งไหมเรียบ (กระตุ้นคอลลาเจน) และไหมเงี่ยง (ยกกระชับ) หย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
5.2 ไหม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) มีคุณสมบัติเด่นในการกระตุ้นคอลลาเจนได้ยาวนานกว่า PDO เหมาะกับการรักษาแบบผสมผสานเพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน
5.3 ไหม PCL (Polycaprolactone) มีความยืดหยุ่นสูงที่สุด และกระตุ้นคอลลาเจนได้ยาวนานที่สุด (ถึง 2 ปี) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและผลลัพธ์ที่ยาวนาน
คำเตือนจากหมอซีน : การเลือกไหมแรงยกสูงต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น และต้องวางแนวไหมอย่างถูกต้อง ห้ามร้อยไหมเพื่อดึงร่องแก้มโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดการดึงรั้งจนเนื้อไปกองที่โหนกแก้ม ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ แต่ควรเน้นการร้อยไหมเพื่อ ยกเนื้อแก้มที่หย่อนคล้อย ทั้งหมดขึ้นไปแทน
เลือกฟิลเลอร์แบบไหนดี?
การเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มมักทำในชั้นผิวที่ลึก (เหนือกระดูก) หรือชั้นผิวหนังแท้ โดยจะต้องเลือกฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการรองรับน้ำหนักและคงรูปทรงได้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงการไหลย้อยหรือการเป็นก้อน
ฟิลเลอร์สำหรับร่องแก้มสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ตามตำแหน่งการฉีด
กลุ่มที่ 1 : ฟิลเลอร์ "เนื้อแข็ง" (High G' Prime) สำหรับการฉีดชั้นลึก (โครงสร้าง)
ฟิลเลอร์ชนิดนี้มีโมเลกุลขนาดใหญ่ มีความหนาแน่นสูง และมีความสามารถในการยกกระชับ (Lifting Capacity หรือ G’ Prime) สูง เหมาะสำหรับการฉีดใน ชั้นลึก (เหนือกระดูก) เพื่อพยุงโครงสร้างที่ยุบตัวบริเวณโหนกแก้มส่วนล่างหรือบริเวณฐานร่องแก้ม
ความสำคัญ: การใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งฉีดชั้นลึกจะช่วย "ยกฐาน" และพยุงร่องแก้มจากด้านล่าง ทำให้ใช้ปริมาณฟิลเลอร์เนื้อนิ่มฉีดผิวตื้นน้อยลง และลดโอกาสการเกิดปัญหาเป็นคลื่นหรือเป็นก้อน
กลุ่มที่ 2: ฟิลเลอร์ "เนื้อนิ่ม/เนื้อกลาง" (Moderate G' Prime) สำหรับการฉีดชั้นตื้น (เก็บรายละเอียด)
ฟิลเลอร์ชนิดนี้มีโมเลกุลขนาดเล็กถึงกลาง มีความยืดหยุ่นสูง สามารถกลืนไปกับผิวได้ดี เหมาะสำหรับการฉีดใน ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เพื่อแก้ไขรอยพับที่เหลืออยู่บริเวณผิวชั้นบน
ข้อแนะนำจากหมอซีน
การเติมร่องแก้มที่ดีที่สุดมักเริ่มจากการยกกระชับก่อน หากร่องแก้มเกิดจากความหย่อนคล้อย ควรใช้ โปรแกรมร้อยไหม เพื่อยกเนื้อแก้มที่ตกลงมา และเก็บรายละเอียดที่เหลือด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการ์ การเลือกชนิดของฟิลเลอร์ (เนื้อแข็ง/นิ่ม) หรือชนิดของไหม (PDO/PCL/PLLA) ต้องอาศัยการประเมินความลึกของร่องแก้ม, สาเหตุของการเกิดร่อง, และสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ