อายุเท่าไหร่ ถึงจะร้อยไหมได้?
หนึ่งในข้อสงสัยที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำหัตถการปรับรูปหน้าคือ การร้อยไหมมีเกณฑ์อายุขั้นต่ำหรือไม่? หลายคนอาจเข้าใจว่าการร้อยไหมว่าเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากและมีปัญหาความหย่อนคล้อยขั้นรุนแรงเท่านั้นหรือเปล่า แต่ในความเป็นจริง เกณฑ์อายุที่เหมาะสมในการทำหัตถการนี้มีความยืดหยุ่นสูง และขึ้นอยู่กับ สภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล เป็นหลัก
โดยทั่วไป การร้อยไหมมักจะทำในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและผิวเริ่มแสดงสัญญาณแห่งวัยในรูปแบบที่แตกต่างกัน
1.1 วัย 20-30 ปี (เน้นการป้องกันและการปรับรูปหน้า): ในวัยนี้ การร้อยไหมมักทำเพื่อ "ป้องกัน" การทรุดตัวของผิวและ "กระตุ้นคอลลาเจน" ให้ผิวแน่นฟู หรือใช้เพื่อ "ปรับโครงสร้าง" ใบหน้าให้สวยคมชัด เช่น การเก็บกรอบหน้า หรือเติมเต็มแก้มตอบเก็บกรอบหน้า หรือเติมเต็มแก้มตอบ
1.2 วัย 35 ปีขึ้นไป (เน้นการแก้ไขความหย่อนคล้อย): ในวัยนี้ การร้อยไหมมีบทบาทสำคัญในการ "ยกกระชับ" ผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน ดึงผิวที่ตกให้กลับเข้าที่ และยังช่วยลดร่องแก้มลึกได้อีกด้วยค่ะ
ดังนั้น จึงไม่มีข้อจำกัดอายุที่ตายตัว หากมีปัญหาเรื่องรูปหน้า, ความหย่อนคล้อยเล็กน้อย, หรือต้องการกระตุ้นคุณภาพผิว การร้อยไหมก็สามารถทำได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ตราบใดที่ปัญหาที่พบนั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยเทคนิคการร้อยไหมที่เหมาะสมค่ะ
ความชำนาญและความเชี่ยวชาญ คือหัวใจสำคัญ
เมื่อการร้อยไหมสามารถทำได้หลากหลายช่วงวัย สิ่งที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่จำนวนปีที่ผ่านไป แต่คือ ความรู้ ประสบการณ์ และการเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับผิวของแต่ละอายุ
หากผิววัย 20 ต้องการแค่การกระตุ้นคอลลาเจน แต่แพทย์ใช้เทคนิคเดียวกับผิววัย 50 ที่ต้องการการดึงรั้งสูง ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่เป็นธรรมชาติและอาจเกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้น แพทย์ต้องเข้าใจถึงความหนาแน่นของผิว ปริมาณไขมัน และทิศทางการทรุดตัวของผิวในทุกช่วงอายุ
หมอซีน ผู้ถ่ายทอดวิชาและแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการร้อยไหม
การเลือกทำหัตถการกับ หมอซีน จึงเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เพราะท่านไม่ได้เป็นเพียงแพทย์ผู้ปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังเป็น แพทย์ผู้ให้ความรู้เรื่องการร้อยไหมให้แก่แพทย์ท่านอื่นๆ ทั่วประเทศ อีกด้วย
2.1 เทคนิคที่ปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงวัย หมอซีนสามารถวิเคราะห์และเลือกใช้ชนิดของไหม, ทิศทางการร้อย, และความลึกในการวางไหมได้อย่างแม่นยำ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของคนไข้แต่ละช่วงวัยได้อย่างดี
2.2 ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชายที่ต้องการกรอบหน้าคมชัด หรือผู้หญิงที่ต้องการใบหน้าที่ดูอ่อนกว่าวัยและละมุน หมอซีนสามารถออกแบบการร้อยไหมที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของ ทุกเพศ ทุกวัย ได้อย่างลงตัว
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงอายุที่ต้องการการป้องกัน หรืออยู่ในวัยที่ต้องการการยกกระชับ การปรึกษาและทำหัตถการกับแพทย์ผู้มีความชำนาญอย่างหมอซีน จึงเป็นก้าวแรกที่มั่นคงสู่การมีรูปหน้าที่สมบูรณ์แบบและอ่อนเยาว์ในระยะยาว
อายุน้อยจำเป็นต้องร้อยไหมไหม?
การลงทุนเพื่อผิวสวยในอนาคต โดย หมอซีน คำถามยอดฮิตที่มักจะถูกถามบ่อยครั้งในคลินิกความงามคือ อายุ 20 กว่าๆ จำเป็นต้องร้อยไหมแล้วเหรอ? หลายคนเข้าใจว่าการร้อยไหมเป็นหัตถการสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การร้อยไหมในกลุ่มคนอายุ 20 ปีขึ้นไป (20+) คือการเปลี่ยนมุมมองจากการ "แก้ปัญหา" มาเป็นการ "ลงทุน" เพื่อความอ่อนกว่าวัยและผิวที่สวยสมบูรณ์แบบในระยะยาว
3.1 ร้อยไหมในวัย 20+ คืออะไร? ในวัย 20+ ผิวหน้าอาจจะยังไม่แสดงความหย่อนคล้อยที่ชัดเจนเหมือนวัย 40+ แต่กระบวนการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและไขมันใต้ผิวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว (มักเริ่มลดลงตั้งแต่อายุ 25 ปี)
การร้อยไหมในวัยนี้จึงไม่ใช่การดึงหน้าอย่างรุนแรง แต่คือการกระตุ้นและปรับโครงสร้างผิว
3.1.1 เน้นการกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulation): การสอดเส้นไหมลงไปใต้ชั้นผิวจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่รอบๆ เส้นไหม ซึ่งจะช่วยให้ผิวแข็งแรง แน่นฟู และยืดหยุ่นดีขึ้น
3.1.2 เน้นการปรับรูปหน้าเล็กน้อย (Contouring): ใช้ไหมเพื่อช่วยเก็บกรอบหน้าให้คมชัดขึ้น แก้ไขความไม่สมมาตร หรือยกหน้าแก้มที่เริ่มคล้อยลงมาเล็กน้อยให้กลับเข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ
ร้อยเพื่ออะไร? มาดูประโยชน์ที่คนอายุน้อยจะได้รับกันค่ะ
การเลือกทำหัตถการร้อยไหมตั้งแต่อายุยังน้อยถือเป็นความคิดที่ดี และอัจฉริยะสุดๆค่ะ ที่ช่วยชะลอสัญญาณแห่งวัยในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม
4.1 เพื่อการป้องกันความหย่อนคล้อยในระยะยาว
เมื่อผิวถูกกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้โครงสร้างผิวมีความหนาแน่นและแข็งแรงกว่าคนในวัยเดียวกัน เมื่อถึงช่วงอายุที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยจริงจัง ผิวที่ผ่านการร้อยไหมมาแล้วจะทรุดตัวช้ากว่ามาก
4.2 เพื่อการปรับรูปหน้าให้ดู "ละมุน"
แม้จะยังไม่หย่อนคล้อย แต่หลายคนในวัย 20+ อาจมีปัญหาแก้มตอบ, ร่องแก้มที่เริ่มเห็นชัด, หรือต้องการกรอบหน้า V-Shape ที่คมชัดขึ้น การร้อยไหมสามารถแก้ไขจุดบกพร่องเหล่านี้ได้ทันที โดยให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
4.3 เพื่อคุณภาพผิวที่ดีเยี่ยม (Skin Quality)
การมีคอลลาเจนใหม่ปริมาณมากจะส่งผลให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย สดใส ผิวแน่นเด้ง และผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การร้อยไหม ปลอดภัยไหม? และต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?
การร้อยไหมเป็นวิธีการเสริมความงามที่ใช้ไหมละลายทางการแพทย์สอดเข้าใต้ผิวหนังเพื่อช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย เพื่อให้ใบหน้าดูเรียว กรอบหน้าคมชัด และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และใช้เวลาทำไม่นานค่ะ
5.1 การร้อยไหมอันตรายไหม?
โดยทั่วไป การร้อยไหมถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง หากทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และใช้ไหมที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากเป็นการใช้เข็มนำเส้นไหมเข้าใต้ผิวหนังเท่านั้น ไม่ต้องมีการผ่าตัดใหญ่หรือดมยาสลบ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์ทุกชนิด ย่อมมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ
5.1.1 ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่พบบ่อย (มักไม่รุนแรง)
- รอยช้ำ (Bruising) และอาการบวม (Swelling): ร้อยไหมกับหมอซีน อาการเหล่านี้เป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อย ซึ่งเกิดจากการใช้เข็ม มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับผู้ที่บวมง่าย หรือช้ำง่ายค่ะ โดยทั่วไปจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
- ความรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อย: อาจรู้สึกตึงหรือเจ็บแปลบๆไม่รุนแรง บริเวณที่ร้อยไหมในช่วง 2-3 วันแรก
- รอยบุ๋ม (Dimpling) หรือผิวที่ไม่เรียบ: อาจเกิดจากไหมไปเกาะกับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังมากเกินไป มักเป็นชั่วคราวและแพทย์สามารถแก้ไขได้
- การติดเชื้อ: เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้น้อยมาก หากสถานที่ทำสะอาดและเป็นไปตามหลักการปลอดเชื้อ (Sterile Technique)
ข้อควรระวัง : สิ่งสำคัญที่สุด คือการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงในการร้อยไหม เพราะไม่ใช่ว่าใครก็ร้อยไหมได้ แพทย์ต้องมีความรู้ความเข้าใจของใบหน้าแบบละเอียดจะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้มากค่ะ
ร้อยไหม ไม่เจ็บอย่างที่คิด?
6.1 ช่วงฉีดยาชา นี่คือช่วงที่คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกเจ็บที่สุด จะเป็นความรู้สึกเหมือนถูกเข็มฉีดยาตำและแสบเล็กน้อยจากตัวยาชาที่กระจายเข้าใต้ผิวหนัง แต่ความเจ็บนี้จะอยู่เพียง ไม่ถึง 1 นาทีค่ะ
6.2 ร้อยไหมจริง เมื่อยาชาออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว ระหว่างที่แพทย์สอดเข็มนำเส้นไหมเข้าและทำการร้อยไหม คุณจะไม่รู้สึกเจ็บ แต่จะรู้สึกได้ถึง อาการตึง หน่วง หรือเหมือนมีแรงดึง ใต้ผิวหนังขณะที่แพทย์จัดตำแหน่งไหม ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่สบายตัวมากกว่าความเจ็บปวด
6.3 ความรู้สึกหลังทำหัตถการ
หลังยาชาหมดฤทธิ์ (ประมาณ 2-3 ชั่วโมง): จะเริ่มรู้สึกระบม ตึง และอาจมีอาการปวดเล็กน้อยคล้ายกับอาการปวดเมื่อยหรือปวดช้ำ
ช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก: เป็นช่วงที่อาการปวด ตึง บวม ช้ำ จะชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะเวลาที่ต้องอ้าปากกว้าง (เช่น การหาวหรือการทานอาหาร) อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
หมายเหตุ : ระดับความเจ็บส่วนบุคคล ของแต่ละคนก็ต่างกัน และขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์ ชนิดของไหมที่ใช้ และความแม่นยำในการวางยาชาด้วยค่ะ
หากมีอาการปวด ต้องทำยังไง?
7.1 วิธีบรรเทาอาการเจ็บปวดหลังการร้อยไหมนั้นเน้นการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดการอักเสบและอาการบวม แพทย์จะสั่งยาแก้ปวดชนิดที่เหมาะสม ให้รับประทานตามอาการเมื่อยาชาหมดฤทธิ์
7.2 แพทย์มักจะสั่งยาฆ่าเชื้อ (Antibiotics) หรือยาลดการอักเสบ (Anti-inflammatory) ให้เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดอาการบวมในช่วงแรก ควรกินยาตามที่แพทย์สั่งจนหมด
7.3 ประคบเย็น ทันทีหลังทำ และ ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ให้ประคบเย็นบริเวณที่บวมหรือช้ำ โดยประคบเบา ๆ เป็นระยะ (เช่น ประคบ 10-15 นาที แล้วพัก) ความเย็นจะช่วยลดอาการบวมและลดความเจ็บปวดได้
7.4 การนอน ควรนอนหงายและหนุนศีรษะให้สูง ในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพื่อช่วยให้ของเหลวไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการบวมและการกดทับใบหน้า
7.5 อาหารและเครื่องดื่ม หลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องเคี้ยวแข็งหรือเหนียวมากๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
ดื่มน้ำ เช่น น้ำใบบัวบก น้ำมะพร้าว หรือ น้ำฟักทอง ที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการบวมและช้ำตามความเชื่อและประสบการณ์ของผู้รับบริการบางราย
7.6 สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- การสัมผัส/นวดหน้า: งดการสัมผัส นวด ถู หรือกดใบหน้าแรงๆ บริเวณที่ร้อยไหมอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- การแสดงสีหน้ากว้าง: หลีกเลี่ยงการหัวเราะกว้างๆ การหาว หรือการอ้าปากกว้างเกินไปในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
หากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อาการเจ็บปวดและไม่สบายตัวจะลดลงได้อย่างรวดเร็วค่ะ หากคุณมีอาการปวดรุนแรง บวมแดง หรือมีหนองหลังการร้อยไหม ควรรีบติดต่อแพทย์ทันทีเพื่อตรวจประเมินอาการนะคะ
การร้อยไหมนั้นไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ถาวร แต่จะให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าการฉีดบางชนิด โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้เป็นหลัก และปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วยค่ะ
ดิฉันจะสรุปอายุของผลลัพธ์การร้อยไหมแต่ละชนิด และคำแนะนำในการทำซ้ำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะคะ
8.1 ผลลัพธ์ของการร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน?
การร้อยไหมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็น "ไหมละลาย" ซึ่งทำจากวัสดุที่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติในร่างกาย และในขณะที่ไหมสลายตัวนั้น ก็จะไปช่วย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) รอบ ๆ เส้นไหม ทำให้ผิวเกิดการยกกระชับต่อเนื่องแม้เส้นไหมจะละลายหมดไปแล้ว
8.2 ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุของผลลัพธ์
ชนิดของไหมที่เลือกใช้ เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ การร้อยในชั้นผิวที่เหมาะสม การวางแนวไหม และการล็อคไหมอย่างถูกต้อง จะช่วยให้การยกกระชับอยู่ได้นานขึ้น การดูแลตัวเองหลังทำก็สำคัญค่ะ การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ผิวเสียหาย เช่น การสูบบุหรี่ การนวดหน้าแรง ๆ การออกกำลังกายหนักในช่วงแรก และการป้องกันแสงแดด จะช่วยยืดอายุของคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ และสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล ผู้ที่มีคอลลาเจนในผิวดีอยู่แล้ว หรือผิวมีความยืดหยุ่นดีอยู่แล้ว ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานกว่าผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากและคอลลาเจนเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว
ข้อดีของการร้อยไหมซ้ำ
การร้อยไหมซ้ำในแนวเดิมหรือใกล้เคียงเดิม ไม่ได้เป็นการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการ เสริมและต่อยอด จากการทำครั้งก่อนหน้า เนื่องจากบริเวณที่เคยร้อยไหมไปแล้วจะมีการสะสมของ คอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ที่ถูกกระตุ้นไว้ ทำให้ผิวมีความแข็งแรงขึ้น โครงสร้างใต้ผิวดีขึ้น และเมื่อร้อยไหมครั้งต่อไป ผิวจะสามารถยึดเกาะกับเส้นไหมได้ดีขึ้น ส่งผลให้
9.1 ผลลัพธ์การยกกระชับในครั้งถัดไป อยู่ได้นานขึ้น
9.2 ช่วยชะลอความเสื่อมของผิวและป้องกันการหย่อนคล้อยในระยะยาว
คำแนะนำ : ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการทำซ้ำ โดยแพทย์จะช่วยแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทำครั้งต่อไปตามชนิดของไหมที่ใช้และสภาพผิวของคุณค่ะ