โปรแกรม OligioX คืออะไร
โปรแกรม OligioX คือ เทคโนโลยีการยกกระชับผิวและลดไขมันบนใบหน้าแบบไม่ผ่าตัดรุ่นล่าสุด ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่เดียว (Monopolar Radiofrequency หรือ Monopolar RF) ในการส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิวลึก เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน รวมถึงช่วยกระชับไขมันบริเวณ กรอบหน้า แก้ม เหนียง ลำตัว ทำให้ผิวเกิดความกระชับ รูปหน้าคมชัด ริ้วรอยดูลดเลือน ความพิเศษของรุ่นนี้คือ ยิงพลังงานได้ลึก
โปรแกรม OligioX คือนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผิวที่แน่น เฟิร์ม กระชับ และมีกรอบหน้าเรียวสวย โดยเน้นที่ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ความเจ็บที่น้อยลง และความสามารถในการแก้ปัญหาที่ครอบคลุมทั้งการยกกระชับและการลดไขมันในบริเวณใบหน้า
โปรแกรม OligioX ต้องทำกี่ช็อตจึงจะเห็นผล ระหว่าง โปรแกรม OligioX กับ โปรแกรม Oligio ต่างกันยังไง ติดตามทุกเรื่องของ OligioX ในบทความนี้
หลักการทำงานของโปรแกรม Oligio X มี 2 โหมดหลัก
โปรแกรม OligioX โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการส่งพลังงานแบบ GXG Dual Mode (หรือ G+X Dual Mode) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้แพทย์สามารถปรับการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 โหมดหลักในการส่งพลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ดังนี้:
2.1 G Mode (Gentle/Collagen Mode)
- เป้าหมายหลัก: เน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใน ชั้นผิวตื้นถึงชั้นหนังแท้ (Superficial to Mid-Dermis)
- ผลลัพธ์: ช่วยให้ผิวละเอียด เรียบเนียนแน่น (Skin Texture Improvement), กระชับรูขุมขน, ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
- การทำงาน: บางครั้งถูกใช้เป็นโหมด “Pre-heating” เพื่อลดค่าความต้านทานของผิว (Skin Impedance) ทำให้การส่งพลังงานในโหมดถัดไปมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2.2 X Mode (Extreme/Contouring Mode)
- เป้าหมายหลัก: เน้นการส่งพลังงานลงสู่ ชั้นผิวลึก (Deep Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว (Fat Layer)
- ผลลัพธ์: เน้นการ ลดไขมัน (Fat Reduction) และ กระชับกรอบหน้า (Contour Lift) ทำให้แก้มที่หย่อนคล้อยและเหนียงใต้คางดูเล็กลงและยกกระชับขึ้น
- การทำงาน: เป็นโหมดที่ใช้พลังงานสูงและลงลึกกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้ามาก และต้องการการหดตัวของเนื้อเยื่อชั้นลึกเป็นพิเศษ
จุดเด่น ของโปรแกรม OligioX
โปรแกรม OligioX ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นเดิม (Oligio) โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากขึ้น ดังนี้:
3.1 GXG Dual Mode Technology: เป็นโหมดการส่งพลังงานที่ปรับปรุงใหม่ให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยสามารถเลือกส่งพลังงานในรูปแบบที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นตื้น (G Mode) และรูปแบบที่เน้นการลดไขมันและกระชับในชั้นลึก (X Mode) ทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวได้ครอบคลุมมากขึ้น
3.2 Intensive Cooling System (ระบบทำความเย็นอัจฉริยะ): OligioX มาพร้อมระบบทำความเย็นที่เหนือกว่ารุ่นเดิม โดยสามารถปล่อยความเย็นได้หลายจุดและต่อเนื่อง (บางข้อมูลระบุ 11 จุด) ระบบนี้ช่วยปกป้องผิวชั้นบนจากความร้อน และทำให้ผู้เข้ารับการรักษารู้สึกสบายผิวและเจ็บน้อยลง แม้จะใช้พลังงานที่สูงขึ้นเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
โปรแกรม OligioX เหมาะกับใคร?
โปรแกรม OligioX เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่
- มีปัญหา ผิวหย่อนคล้อย หรือเริ่มมีริ้วรอยแห่งวัยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ต้องการ ยกกระชับกรอบหน้า ให้คมชัดขึ้น หรือมีปัญหา แก้มตก
- มี ไขมันสะสมบริเวณใต้คาง (เหนียง) หรือแก้มที่ต้องการลดลงเล็กน้อย
- ต้องการฟื้นฟู คุณภาพผิว ให้ดูเรียบเนียน อิ่มฟู รูขุมขนกระชับขึ้น
- ต้องการวิธีการยกกระชับที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีดยา และ ไม่ต้องพักฟื้น
- ผู้ที่เคยทำเครื่องยกกระชับอื่นมาแล้ว แต่ต้องการทางเลือกที่เจ็บน้อยลงและสบายผิวมากขึ้น
- เจ็บน้อย ยกชัด เย็นสบายผิวขณะทำแบบรู้สึกได้ ไม่ต้องทายาชา ไม่ต้องประคบน้ำแข็ง
- ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก MSDF Korea
โปรแกรม OligioX ควรทำกี่ช็อต
การกำหนดจำนวนช็อตของ โปรแกรม OligioX นั้นแตกต่างจากการรักษาด้วยเครื่องยกกระชับรุ่นเก่า ๆ อย่างมาก เนื่องจาก OligioX เป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีการส่งพลังงานและระบบทำความเย็นให้มีประสิทธิภาพและความรวดเร็วสูงขึ้น ดังนั้น การวางแผนการรักษาจึงเป็นแบบ "เฉพาะบุคคลอย่างเข้มงวด" เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดและปลอดภัยที่สุด
นี่คือปัจจัยสำคัญที่แพทย์ใช้ในการคำนวณจำนวนช็อต OligioX:
5.1 การประเมินสภาพผิวภายนอกและความหย่อนคล้อย (Skin Laxity & Condition)
นี่คือปัจจัยสำคัญที่แพทย์ใช้ในการคำนวณจำนวนช็อต OligioX:
5.1.1 ระดับความหย่อนคล้อย
- เริ่มแรก/น้อย (Mild Laxity): ผู้ที่มีอายุน้อย (20-30 ปี) หรือมีปัญหาความหย่อนคล้อยเล็กน้อย มักจะใช้จำนวนช็อตน้อยกว่า (เช่น 300-600 ช็อต) เพื่อเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนและเก็บกรอบหน้า
- ปานกลาง/มาก (Moderate to Severe Laxity): ผู้ที่มีอายุมากขึ้น (40 ปีขึ้นไป) มีริ้วรอย ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือผิวแก้มหย่อนคล้อยชัดเจน จะต้องใช้จำนวนช็อตที่สูงขึ้น (เช่น 900-1,200 ช็อต) เพื่อให้พลังงานลงลึกและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในวงกว้าง
- ขนาดพื้นที่ใบหน้า (Facial Surface Area): ผู้ที่มีโครงสร้างใบหน้ากว้าง หรือต้องการทำครอบคลุมพื้นที่ทั่วหน้าและลำคอ จะต้องใช้จำนวนช็อตที่มากกว่า
5.1.2 ปัญหาผิวหรือความกังวลหลัก (Primary Concern & Target Area)
โปรแกรม OligioX มีเทคโนโลยี GXG Dual Mode ที่ช่วยให้แพทย์สามารถปรับการส่งพลังงานได้ตามเป้าหมายหลักของคนไข้ ซึ่งมีผลต่อการจัดสรรจำนวนช็อตไปยังพื้นที่ต่าง ๆ
เป้าหมายหลัก
บริเวณที่เน้น
เทคโนโลยีที่ใช้
แนวทางการใช้ช็อต
เน้นกระชับผิวและลดริ้วรอย (ผิวขาดความยืดหยุ่น)
หน้าผาก, รอบดวงตา, ผิวแก้มส่วนบน
G Mode (กระตุ้นคอลลาเจนชั้นตื้น)
ใช้จำนวนช็อตที่พอเหมาะ เน้นความหนาแน่นในบริเวณที่มีริ้วรอยเล็กๆ
เน้นยกกระชับ/ลดไขมัน (กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง)
กรอบหน้า, แก้มส่วนล่าง, ใต้คาง (เหนียง)
X Mode (ลงลึกถึงชั้นไขมัน/เนื้อเยื่อ)
ต้องใช้จำนวนช็อตที่สูงกว่า เพื่อให้พลังงานสะสมเพียงพอต่อการสลายไขมันและหดกระชับเนื้อเยื่อใต้ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ (บริเวณเหนียงอาจต้องเน้นเป็นพิเศษ)
ตัวอย่าง: หากคนไข้มีปัญหา เหนียง มาก การจัดสรรช็อตไปที่บริเวณใต้คางอย่างหนาแน่นอาจจำเป็นต้องใช้ช็อตเฉพาะจุดที่สูงกว่ามาก เมื่อเทียบกับการทำเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนทั่วหน้าเพียงอย่างเดียว
5.1.3 ค่า BMI (Body Mass Index) และความหนาของชั้นไขมัน
- ความหนาของชั้นไขมัน: ค่า BMI หรือการประเมินความหนาของชั้นไขมันบริเวณใบหน้าและใต้คางโดยแพทย์ จะเป็นตัวกำหนดว่าพลังงานจะต้องลงลึกแค่ไหน และต้องใช้ความร้อนสะสมเท่าไหร่ในการหดตัวของไขมัน
- ผู้ที่มีไขมันสะสมมากบริเวณแก้มและเหนียง (High BMI/หนาแน่น) มักจะต้องการจำนวนช็อตที่สูงกว่า เพื่อให้พลังงาน RF สามารถแทรกซึมและสร้างความร้อนถึงระดับที่ต้องการในชั้นไขมันได้
- การปรับพลังงาน: OligioX สามารถยิงพลังงานได้แรงและเร็ว การใช้จำนวนช็อตที่เหมาะสมจึงช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมการส่งพลังงานให้ถึงเป้าหมายได้โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนเสียหาย