ร้อยไหมคืออะไร ?
การร้อยไหมคือเทคนิคการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดค่ะ ช่วยจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้หลากหลายจุด ทั้งกระเปาะแก้มที่หย่อนคล้อย ร่องแก้มที่ทำให้ดูมีอายุ รวมถึงการเก็บเหนียง ยกหางตา และเพิ่มสันจมูก จุดเด่นคือเมื่อไหมละลายไปแล้ว ผิวบริเวณนั้นจะถูกกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวดูยืดหยุ่น เด้งกระชับ และไม่กลับมาหย่อนคล้อยไปกว่าเดิม
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ เทคนิคการร้อยไหม เพราะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งคุณหมอซีนมีประสบการณ์สูงและได้รับเกียรติเป็นอาจารย์สอนเทคนิคร้อยไหมให้กับแพทย์ทั่วประเทศ ได้รับรางวัลการันตีร้อยไหมแล้วเห็นผลหลายปีซ้อน ทำให้ในเชียงใหม่ ถ้านึกถึงร้อยไหมก็จะนึกถึงหมอซีนค่ะ ลูกค้าเก่ากลับมาซ้ำและบอกต่อจนเกิดลูกค้าใหม่ที่มากขึ้น มั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้รับการดูแลด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและเหมาะสมกับรูปหน้าที่สุดค่ะ
ร้อยไหมช่วยอะไร และดียังไง?
5 จุดเปลี่ยนจากหน้าพังให้เป็นหน้าปัง ด้วยเทคนิคหมอซีนร้อยไหม มาดูกันค่ะว่าแต่ละจุดที่ร้อยไหมเข้าไปช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
1. ร้อยไหมยกกระเปาะแก้ม
ช่วยให้กรอบหน้า กลับมาคมชัด หน้าดูเรียวเป็น V-Shape เป็นรูปวงรี ในทันที หมดปัญหาหน้าดูคล้อยหรือแก้มห้อยทำให้หมดความมั่นใจได้ค่ะ
2. ร้อยไหมยกร่องแก้ม
ช่วยดึงเนื้อแก้มที่กองทับบริเวณร่องข้างจมูกให้ยกตัวขึ้น ร่องแก้มที่ดูลึกจะดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หน้าจะดูเด็กลง เพราะร่องแก้มคือจุดสำคัญที่ทำให้คนเราดูมีอายุค่ะ
3. ร้อยไหมเหนียง ร้อยไหมเก็บเหนียง
ช่วยพยุงผิวหนังใต้คางที่หย่อนคล้อยให้กระชับแนบไปกับลำคอ ทำให้คอรีดสวย เห็นองศากรอบหน้าชัดเจนมากขึ้น เหมาะมากสำหรับคนที่ออกกำลังกาย หรือทำหัตถการอื่นๆแล้วไม่ได้ผล เหนียงไม่หายสักปี การร้อยไหมจะช่วยทำให้เป๊ะกว่าเดิมได้ค่ะ
4. การยกหางตาตก (Foxy Eyes)
ช่วยดึงรั้งผิวบริเวณหางตาและคิ้วที่ตกลงมาตามวัย ทำให้ดวงตาดูเปิดกว้างขึ้น หน้าดูสดใส ไม่ดูเศร้าหรือดูเหนื่อยล้า และยังช่วยปรับลุคให้ดูเฉี่ยว แบบ Foxy Eyes ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นค่ะ
การร้อยไหมเหมาะกับใคร มากที่สุด?
- ผู้ที่มีปัญหากระเปาะแก้ม หรือแก้มห้อย เนื้อแก้มส่วนล่างเริ่มตกลงมาปิดแนวกราม ทำให้หน้าดูบานและดูมีอายุ
- ผู้ที่มีร่องแก้ม สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเนื้อแก้มด้านบนตกลงมาทับ การร้อยไหมจะช่วยดึงเนื้อส่วนนี้ขึ้นไปให้ร่องดูตื้นขึ้นได้ค่ะ
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เป็น V-Shape ในทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ความเรียวของใบหน้าชัดเจนหลังทำ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น แถมยังบวมน้อยช้ำน้อยอีกด้วย
- ผู้ที่มีปัญหาหางตาตกหรือคิ้วตก ช่วยเปิดดวงตาให้ดูสดใส ปรับลุคให้ดูโฉบเฉี่ยว (Foxy Eyes) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มองหาการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว สำหรับคนที่อยากให้ผิวแน่น เด้ง และป้องกันความหย่อนคล้อยในอนาคต เพราะไหมละลายจะช่วยสร้างคอลลาเจนใหม่รอบเส้นไหม
ร้อยไหม ไม่เหมาะกับใคร
ใครที่ “ไม่แนะนำ” หรือต้องปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิด?
- ผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยรุนแรงมาก ในกรณีที่ผิวห้อยมากเกินไป หรือเป็นผู้สูงอายุที่มีชั้นไขมันน้อยมาก การร้อยไหมอาจให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่าการผ่าตัดดึงหน้าค่ะ
- ผู้ที่มีใบหน้าตอบชิดกระดูกหรือไขมันน้อยเกินไป การดึงไหมในชั้นผิวที่บางมากอาจทำให้เห็นรอยไหมเป็นลำได้หากแพทย์ไม่เชี่ยวชาญพอค่ะ
- ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ เช่น มีสิวอักเสบ หรือแผลสดในบริเวณที่จะร้อยไหม
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางประเภท เช่น โรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือกำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอค่ะ
ข้อดีข้อเสียของการร้อยไหมคืออะไร
ข้อดี
- ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย
- ยกกระเปาะแก้ม ทำให้หน้าดูเรียว V-Shape กรอบหน้าชัดมากขึ้น
- ยกร่องแก้ม ทำให้หน้าดูสดใส ไม่เหนื่อยล้า ดูไม่โทรม
- เก็บเหนียงที่หย่อนคล้อย ห้อยลงมา ทำให้กรอบหน้าชัด หันไปมุมไหนก็รอด
- ยกหางตา ช่วยให้หางตาที่ตกดูยกขึ้น ทำให้ตาดูเปิดกว้าง ดูตาโต หรือจะทำให้ตาดูเฉี่ยวก็สามารถทำได้ค่ะ
- เพิ่มสันจมูกแบบไม่ต้องผ่าตัด
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย
- ล็อกอายุผิว ชะลอความหย่อนคล้อยในอนาคต
- เพิ่มความมั่นใจในงานที่ต้องใช้หน้าแบบเร่งด่วน
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
- เป็นหัตถการที่ทำแล้วสามารถใช้หน้าได้ตามปกติ เพราะทำกับหมอซีนบวมน้อย ช้ำน้อยค่ะ
ข้อเสีย
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร ไหมจะยกกระชับได้ประมาณ 4-24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้
- ไม่เหมาะกับคนที่มีใบหน้า Skinny หรือผอมมาก ๆ จนเห็นเป็นทรงกะโหลก เพราะเวลาร้อยไหมจะเข้าไปร้อยในชั้นไขมัน คนที่หน้าตอบหรือผอมมาก ๆ จึงไม่เหมาะกับการร้อยไหมค่ะ
- การร้อยไหมที่ใคร ๆ บอกว่าเจ็บ จริง ๆ แล้วเจ็บที่สุดคือการฉีดยาชาเท่านั้นค่ะ
ข้อแนะนำก่อนและหลังทำร้อยไหม
1. ก่อนทำแนะนำให้เตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
- งดแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนทำ เพราะทำให้เลือดสูบฉีดเยอะ แผลหายช้า และบวมง่ายขึ้น
- แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ โดยเฉพาะยาชา หรือประวัติการเป็นแผลคีลอยด์ง่าย
- สระผมให้เรียบร้อยก่อนมาคลินิก เพราะหลังร้อยไหมจะมีแผลเล็ก ๆ ตรงจุดที่นำไหมเข้า ซึ่งมักอยู่แถวไรผม และจะแนะนำให้เลี่ยงการโดนน้ำใน 24 ชั่วโมงหลังทำค่ะ
2. หลังทำร้อยไหมมีข้อแนะนำอะไรบ้าง?
- งดสระผม และงดออกกำลังกาย 1 วัน
- ล้างหน้าได้ โดยเว้นบริเวณทางเข้าไหมที่มีพลาสเตอร์ ห้ามโดนน้ำ แนะนำให้ใช้สำลีชุบน้ำแล้วเช็ดหน้า
- พอครบ 24 ชั่วโมง สามารถแกะพลาสเตอร์ แล้วล้างหน้าและสระผมได้ตามปกติ
- งดแอลกอฮอล์ 7-14 วัน
- งดเลเซอร์ที่มีความร้อนลึก เช่น RF หรือซาวน่า 14 วัน
- วิตามิน อาหารเสริม และยาประจำตัวสามารถทานได้ตามปกติ
- ในช่วง 1-3 เดือนแรก บางครั้งอาจรู้สึกขยับใบหน้าแล้วเกิดเสียง หรือเจ็บแปล๊บเล็กน้อย ถือว่าเป็นอาการปกติ
FAQ คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการร้อยไหม หมอซีนตอบให้ “ไม่ต้องกังวลนะคะ”
หมอซีนตอบให้ : หลายคนกลัวเรื่องนี้มากที่สุดเลยค่ะ จริงๆแล้วก่อนทำเราจะมีการแปะยาชา และฉีดยาชาเฉพาะจุดตรงบริเวณที่จะนำไหมเข้าให้ก่อน ในระหว่างทำคนไข้อาจจะรู้สึกตึงๆ หรือหน่วงๆ เหมือนมีอะไรผ่านใต้ผิวเบาๆได้ค่ะ แต่ไม่ได้เจ็บทรมานอย่างที่คิดนะคะ เพราะยาชาได้ออกฤทธิ์แล้ว และที่สำคัญ ด้วยเทคนิคเฉพาะของหมอซีนที่เป็นอาจารย์แพทย์ร้อยไหม คุณหมอจะทำการร้อยไหมแบบเบามือที่สุด เพื่อให้คนไข้เจ็บน้อยและบวมช้ำน้อยที่สุดค่ะ
หมอซีนตอบให้ : ปกติแล้วเส้นไหมละลายที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้ประมาณ 4 เดือน ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ หลังจากนั้นเส้นไหมจะละลายหายไปเอง 100% โดยไม่มีสารตกค้างใต้ผิว แต่ความกระชับ ผิวดูเด้ง จะยังอยู่ต่อได้อีกระยะหนึ่ง เพราะเมื่อไหมละลายไปแล้ว ผิวจะถูกกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ
หมอซีนตอบให้ : ร้อยไหมสามารถ เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำเสร็จเลยค่ะ แก้มจะดูยกขึ้น กรอบหน้าจะชัดขึ้นทันที ส่วนเรื่องอาการบวม โดยปกติจะไม่ค่อยบวมหรือช้ำ แต่ก็อาจจะมีบ้างในบางเคสที่เป็นคนชอบชวมง่ายช้ำง่าย จะบวมหรือช้ำประมาณ 1-7 วัน แล้วหลังจากนั้นหน้าจะค่อยๆยุบ และเข้าที่สวยเป๊ะเต็มที่ในเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ค่ะ
หากท่านที่มีการทานยาโรคประจำตัว จะบวมและช้ำนานมากกว่าคนปกติ ซึ่งกินเวลาไปประมาณ 4-5 สัปดาห์ได้เลยค่ะ ซึ่งกรณีนี้จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ประจำโรคก่อนทำด้วยนะคะ
หมอซีนตอบให้ : คำถามนี้หมอตอบเป็นตัวเลขเป๊ะๆ ให้ไม่ได้เลยค่ะ เพราะโครงสร้างใบหน้าและความหย่อนคล้อยของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนแก้มห้อยเล็กน้อยอาจจะใช้แค่ข้างละ 2 เส้น (รวมเป็น 4 เส้น) แต่สำหรับเคสที่ผิวคล้อยเยอะอาจจะต้องใช้จำนวนเส้นมากขึ้น หรือใช้ไหมที่มีความพิเศษมากขึ้น หมอแนะนำให้เข้ามาตรวจประเมินรูปหน้าจริงกับหมอซีนที่คลินิกก่อน เพื่อที่หมอจะได้ดีไซน์และคำนวณจำนวนเส้นไหมให้พอดีกับใบหน้า ไม่มากและไม่น้อยเกินไปค่ะ
หมอซีนตอบให้ : ถ้าทำกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญและใช้ไหมแท้ที่ผ่าน อย. การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ปลอดภัยมากๆค่ะ ปัญหาไหมทะลุหรือหน้าเป็นคลื่น มักเกิดจากการร้อยไหมผิดชั้นผิว หรือใช้ไหมที่ไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้นการเลือกแพทย์จึงสำคัญที่สุด ที่ Dr.Seen Clinic ทุกเคสดูแลโดยหมอซีนที่เป็นอาจารย์แพทย์ผู้สอนเทคนิคการร้อยไหม มั่นใจได้เลยในเรื่องของความปลอดภัย ความแม่นยำ ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ หากเกิดข้อผิดพลาด หมอซีนก็สามารถแก้ไขได้ในทันทีโดยที่ไม่ลังเล และไม่ต้องกังวลเลยค่ะ
หมอซีนตอบให้ : หมอขอตอบให้สบายใจก่อนเลยค่ะว่า “มีค่ะ แต่เป็นพังผืดชนิดดีที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยพยุงใบหน้าค่ะ” ไม่ใช่พังผืดร้ายแต่อย่างใด
หลายคนพอได้ยินคำว่าพังผืดแล้วจะตกใจ กลัวหน้าจะแข็ง ยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ หรือแก้ยาก... แต่จริงๆ แล้ว ในทางการแพทย์ เวลาเราใส่เส้นไหมละลายเข้าไปใต้ผิว ร่างกายจะมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ปลอดภัย จึงส่งสัญญาณให้สร้าง 'คอลลาเจนและผังผืดใหม่' ขึ้นมาล้อมรอบเส้นไหมนั้นไว้
ซึ่งพังผืดตรงนี้แหละค่ะ ที่ทำหน้าที่เหมือน เสาหลัก หรือ ตาข่าย ช่วยดึงรั้งและพยุงผิวของเราให้ยกกระชับขึ้น แม้ว่าในอนาคตเส้นไหมจะละลายหายไปจนหมดแล้ว แต่เจ้าพังผืดดีตัวนี้ก็จะยังคงทำหน้าที่ล็อกหน้าเด็กของเราเอาไว้ให้อยู่ได้นานขึ้นนั่นเองค่ะ
หมอซีนตอบให้ : คลินิกตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากสนามบินเชียงใหม่เพียง 3 กิโลเมตร ที่อยู่: ซอย บ้านใหม่สามัคคี 7 ตำบล แม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50100
หรือกดลิงก์นี้ได้เลยค่ะ Google Maps Dr.Seen Clinic
ช่องทางการติดต่อ
Facebook : Dr.Seen หมอซีน by คลินิกเวชกรรมหมอสักกาเดช หรือคลิก หรือกดลิงก์นี้ได้เลยค่ะ Facebook Dr.Seen Clinic
Line : @dr.seenclinic หรือกดลิงค์นี้ได้เลยค่ะ Line Dr.Seen Clinic
Instagram : dr.seen.bysakkadechclinic หรือกดลิงค์นี้ได้เลยค่ะ Instagram Dr.Seen Clinic
Tel : 082-839-0881























