Cover-ฟิลเลอร์ยี่ห้อ-Definisse

ฟิลเลอร์ Definisse คืออะไร? อยู่ได้นานไหม ช่วยยกหน้าจริงไหม

เลือกอ่านตามหัวข้อ

หัวข้อที่ 1 : ฟิลเลอร์ Definisse คืออะไร

         ฟิลเลอร์ Definisse คือ สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ระดับพรีเมียมจากประเทศอิตาลี ผลิตโดยบริษัท RELIFE (ในเครือ Menarini ซึ่งเป็นบริษัทยายักษ์ใหญ่ของยุโรป) ได้ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากทั้ง US FDA (อเมริกา), CE Mark (ยุโรป) และ อย. ไทยเรียบร้อยแล้วค่ะ

หัวข้อที่ 2 : ฟิลเลอร์ Definisse ดีไหม? ทำไมถึงน่าสนใจ จุดเด่น ที่ทำให้ฟิลเลอร์แบรนด์นี้แตกต่างคืออะไร?

         1. เทคโนโลยี XTR (eXcellent Three-dimensional Reticulation)

         Definisse ใช้เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะในการถักทอและเชื่อมต่อโมเลกุลของ HA ให้เป็นโครงสร้างแบบ 3 มิติ ส่งผลให้เนื้อฟิลเลอร์มีคุณสมบัติเด่น 2 อย่างหลักๆ คือ
    • มีแรงยกกระชับสูง (High Lifting Capacity) : เมื่อฉีดเข้าชั้นลึกจะสามารถดันและยกพยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้ขึ้นมาได้ดีมาก
    • ความยืดหยุ่นสูง (High Elasticity) : เนื้อเจลสามารถกลืนไปกับชั้นผิวได้อย่างเนียนสนิท ขยับเขยื้อนตามกล้ามเนื้อบนใบหน้าเวลาเรายิ้ม พูด หรือแสดงอารมณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งเป็นก้อน

         2. ตอบโจทย์ "Italian Lift" (เด่นเรื่องการยกกระชับ)

ในวงการแพทย์มักจะเรียกฟิลเลอร์ตัวนี้ว่าเป็นฟิลเลอร์สำหรับการทำ “Italian Lift” เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ปรับโครงหน้า ปรับกรอบหน้าให้ชัด (Jawline) เติมแก้มส้ม และขมับ โดยใช้จำนวน CC ที่น้อยลง แต่ได้ประสิทธิภาพการยกพยุงที่สูงนั่นเองค่ะ

หัวข้อที่ 2 :ฟิลเลอร์ Definisse มีกี่รุ่น ฉีดจุดไหนได้บ้าง ? (ถึงนี้)

         ฟิลเลอร์สามารถฉีดได้เกือบทุกบริเวณกันเลยทีเดียวค่ะ
    • ขมับ
    • ใต้ตา
    • หน้าแก้ม
    • แก้มตอบ
    • ร่องแก้ม
    • ปาก
    • คาง 
    • ร่องเชื่อมคาง
    • กรอบหน้า
    • ดอลลี่อาย
    • ร่องน้ำหมาก

หัวข้อที่ 3 : ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล?

         โดยทั่วไปแล้ว ฟิลเลอร์จะเห็นผลในทันทีหลังทำค่ะ สามารถเช็คผลลัพธ์หลังทำกับแพทย์ได้ในทันทีค่ะ

หัวข้อที่ 4 : รวมฟิลเลอร์ยอดฮิตในปี 2026

         ฟิลเลอร์ที่ยอดนิยมที่สุด เช่นแบรนด์ Juvederm, Restylane , Neuramis อยู่ได้ 6-18 เดือน ข้อดีคือถ้าไม่พอใจในผลลัพธ์หลังทำ สามารถใช้เอนไซม์ฉีดสลายออกได้ทันทีค่ะ

         4.1 โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm (จูวีเดิม) จากบริษัท Allergan Aesthetics (ประเทศสหรัฐอเมริกา) ถือเป็นแบรนด์ฟิลเลอร์อันดับ 1 ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก จุดที่ทำให้ Juvederm "วิเศษ" กว่ายี่ห้ออื่นคือเทคโนโลยีการผลิตเฉพาะตัวที่ทำให้เนื้อเจลมีความละเอียด เรียบเนียน และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดค่ะ

         กลุ่มเทคโนโลยี Vycross (เน้นความเรียบเนียน ยกกระชับ และอยู่นาน)
         เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ผสม Hyaluronic Acid (HA) โมเลกุลต่ำและสูงเข้าด้วยกัน ทำให้เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูง กลืนกับผิวได้ดี ไม่เป็นก้อน และบวมน้อย
    • Juvederm Voluma: เนื้อแข็งและแน่นที่สุดในกลุ่มนี้ มีแรงยกสูงมาก เหมาะสำหรับ เติมคาง, ขมับ, แก้มส้ม เพื่อสร้างมิติและยกกระชับใบหน้า (อยู่ได้นานสูงสุด 24 เดือน)
    • Juvederm Volux: รุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อ กรอบหน้า (Jawline) และคาง โดยเฉพาะ เนื้อจะคงรูปได้ดีมาก ช่วยปั้นรูปหน้าให้คมชัด
    • Juvederm Volift : เนื้อนิ่มระดับปานกลาง มีความละเอียดสูง เหมาะสำหรับ ร่องแก้มลึก, แก้มตอบ หรือเติมปากให้ดูอิ่มเอิบแบบเป็นธรรมชาติ (อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน)
    • Juvederm Volbella: เนื้อนิ่มและละเอียดที่สุด เหมาะสำหรับ ใต้ตา หรือริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้า เพราะไม่เป็นก้อนและดูสมูทมาก (อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน)
    • Juvederm Volite: เน้นงานผิว (Skin Quality) เนื้อบางเบามาก ใช้ฉีดชั้นตื้นเพื่อ เพิ่มความชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน ให้ผิวฉ่ำวาวเหมือนดื่มน้ำเยอะ
         กลุ่มเทคโนโลยี Hylacross (เน้นความฟู อิ่มน้ำ)
         เทคโนโลยีนี้จะเน้นการอุ้มน้ำได้ดีมาก เหมาะกับคนที่ต้องการความอิ่มฟูของผิว
    • Juvederm Ultra Plus: เนื้อนิ่มและฟูมาก เหมาะสำหรับคนที่มี ร่องแก้มลึกมากๆ หรือต้องการ ฉีดปากสายฝอ ที่เน้นความอวบอิ่มชัดเจน (อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน)
    • Juvederm Ultra XC: เนื้อจะอ่อนนุ่มกว่า Ultra Plus นิยมใช้เติมปากให้ดูระเรื่อหรือเติมร่องริ้วรอยระดับปานกลาง
          สรุปความ "วิเศษ" ของ Juvederm
    1. Natural Look & Feel: เนื้อเจลมีความสมูท (Smooth-consistency gel) ต่างจากยี่ห้ออื่นที่เป็นเนื้อแกรนูล (เม็ดๆ) ทำให้เวลาสัมผัสจะรู้สึกเนียนไปกับผิวจริง
    2. Long Lasting: ผลลัพธ์อยู่ได้นานตั้งแต่ 9-24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นและบริเวณที่ฉีด) ซึ่งถือว่านานกว่าฟิลเลอร์หลายแบรนด์ในตลาด
    3. Lidocaine Infused: ทุกรุ่นผสมยาชาในเนื้อฟิลเลอร์ ทำให้ตอนฉีดรู้สึกสบายและเจ็บน้อยลงมาก
    4. Global Standard: ได้รับการรับรองจาก US FDA (อเมริกา) และ อย. ไทย มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและการสลายตัวได้เอง 100% ค่ะ
          คำแนะนำ: เนื่องด้วยแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติต่างกันมาก การเลือกใช้ควรให้คุณหมอเป็นผู้ประเมินตามปัญหาผิวและรูปหน้าหน้างานจะดีที่สุดค่ะ

         4.2 โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane จากบริษัท Galderma (กัลเดอร์มา) ประเทศสวีเดน ก็คือ "ต้นตำรับ" ของฟิลเลอร์ตัวจริงค่ะ เพราะเป็นแบรนด์แรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก US FDA และมีงานวิจัยรองรับเยอะที่สุด

          เทคโนโลยี NASHA (เน้นความคงตัว ยกกระชับได้ดี) เทคโนโลยีนี้เน้นเนื้อเจลที่มีความคงรูปสูง (Firm) ไม่ค่อยอุ้มน้ำ ทำให้ฉีดแล้วไม่ค่อยบวม และช่วยยกพยุงผิวได้ดีมาก
    • Juvederm Ultra XC: เนื้อจะอ่อนนุ่มกว่า Ultra Plus นิยมใช้เติมปากให้ดูระเรื่อหรือเติมร่องริ้วรอยระดับปานกลาง
    • Restylane Classic (กล่องน้ำเงิน): เนื้อปานกลาง มีความคงตัวสูง เหมาะสำหรับ ร่องแก้มระดับปานกลาง หรือเก็บรายละเอียดริ้วรอย (อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน)
    • Restylane Vital / Vital Light: เนื้อละเอียด บางเบา เน้นงาน Skinbooster เติมความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำวาว หรือลดริ้วรอยเล็กๆ หลังมือและลำคอ
         เทคโนโลยี OBT หรือ XpresHAn (เน้นความยืดหยุ่น กลืนกับผิว) เน้นเนื้อเจลที่ยืดหยุ่นสูง (Flexible) ขยับตามกล้ามเนื้อใบหน้าได้ดี เวลาพูดหรือยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งเป็นก้อน
    • Restylane Defyne : เนื้อแข็งปานกลางแต่ยืดหยุ่นดีมาก เหมาะสำหรับ โหนกแก้ม, ร่องแก้ม, หรือคาง ที่ต้องการความละมุนและช่วยยกกระชับ (อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน
    • Restylane Volyme : เนื้อนิ่มฟู แข็งปานกลาง เน้นการ เติมเต็มวอลลุ่ม เช่น ขมับตอบ, แก้มตอบ ให้หน้าดูอิ่มเอิบแบบสาวเกาหลี (อยู่ได้ประมาณ 18 เดือน)
    • Restylane Volyme : เนื้อนิ่มฟู แข็งปานกลาง เน้นการ เติมเต็มวอลลุ่ม เช่น ขมับตอบ, แก้มตอบ ให้หน้าดูอิ่มเอิบแบบสาวเกาหลี (อยู่ได้ประมาณ 18 เดือน)
    • Restylane Kysse : รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อ ริมฝีปาก โดยเฉพาะ ให้ปากดูอวบอิ่ม ชมพูระเรื่อ และมีความยืดหยุ่นสูง เวลาจูบหรือขยับปากจะรู้สึกเป็นธรรมชาติมาก
          สรุปความ "วิเศษ" ของ Restylane
    1. Safety & Heritage: มีประวัติยาวนานกว่า 25 ปี และมีการใช้ไปแล้วกว่า 50 ล้านทรีตเมนต์ทั่วโลก มั่นใจเรื่องความปลอดภัยสูงสุด
    2. Precision Treatment: มีรุ่นให้เลือกเยอะมาก (Tailor-made) ทำให้คุณหมอสามารถเลือกเนื้อที่ “แข็งพอที่จะยก” หรือ “นิ่มพอที่จะเนียน” ได้ตามตำแหน่งที่เป๊ะที่สุด
    3. Minimal Swelling: โดยเฉพาะกลุ่ม NASHA ที่อุ้มน้ำน้อย ทำให้หลังฉีดบวมน้อยมาก เห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงได้ไว
    4. Natural Expression: เทคโนโลยี OBT ช่วยให้คุณยังสามารถแสดงสีหน้า (ยิ้ม หัวเราะ ขมวดคิ้ว) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งทื่อ

         4.3 : มาต่อกันที่ฟิลเลอร์ยอดฮิตขวัญใจมหาชนอย่าง Neuramis (นิวรามิส) จากบริษัท Medytox ประเทศเกาหลีใต้กันค่ะ แบรนด์นี้ขึ้นชื่อเรื่อง "ความคุ้มค่า" และผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจน จนกลายเป็นฟิลเลอร์สายเกาหลีที่มียอดขายถล่มทลายในไทย มีเทคโนโลยี SHAPE™ (Stabilized Hyaluronic Acid & Purification Enhancement) เป็นกระบวนการผลิตเฉพาะของ Medytox ที่เน้น 2 ส่วนสำคัญคือ

    • Double Cross-linking: ทำให้โครงสร้างเจลมีความคงตัวสูง สลายช้าลง และทนต่อเอนไซม์ในร่างกายได้ดี
    • Purification Process: กระบวนการทำความสะอาดเนื้อเจลอย่างละเอียด เพื่อลดสารตกค้าง (BDDE) ให้เหลือน้อยที่สุด ลดโอกาสการแพ้หรือบวมหลังฉีด
         รุ่นของ Neuramis ที่นิยมใช้ในประเทศไทย รุ่นที่ผ่าน อย. และนิยมใช้มากที่สุดจะมีหลักๆ ดังนี้ค่ะ
    • Neuramis Deep Lidocaine (กล่องดำ)
      • ลักษณะเนื้อ: เนื้อเจลมีความหนืดปานกลาง อิ่มฟู และมีความคงตัวดี
      • จุดเด่น: ผสมยาชา ในเนื้อฟิลเลอร์ ทำให้ขณะฉีดรู้สึกสบายและเจ็บน้อยลงมาก
      • เหมาะสำหรับ: ร่องแก้ม, คาง, ขมับ หรือเติมวอลลุ่มบริเวณ แก้มตอบ ให้หน้าดูอิ่มเอิบ (อยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับบุคคล)
    • Neuramis Volume Lidocaine (กล่องทอง)
      • ลักษณะเนื้อ: เนื้อแข็งและมีความหนืดสูงที่สุดในตระกูล
      • จุดเด่น: ขึ้นรูปได้ดีมาก ปั้นทรงสวย  ทนต่อแรงกดทับได้ดี
      • เหมาะสำหรับ: คาง, กรอบหน้า (Jawline) หรือจุดที่ต้องการการพยุงผิวสูงๆ (อยู่ได้ประมาณ 8-10 เดือน ขึ้นอยู่กับบุคคล)
         สรุปความ "วิเศษ" ของ Neuramis
    1. Enhanced Safety : ด้วยเทคโนโลยีการชำระล้างสารตกค้างที่เข้มงวด ทำให้มีความปลอดภัยสูงและสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
    2. Long-lasting Effect: การทำ Cross-linked 2 ชั้นช่วยให้ฟิลเลอร์คงรูปอยู่ได้นานขึ้น ไม่สลายตัวเร็วเกินไป
    3. Natural Volume: เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นพอเหมาะ ทำให้หน้าดูอิ่มฟูแบบสาวเกาหลี 
    4. High Value: เป็นฟิลเลอร์คุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าแบรนด์ยุโรปหรืออเมริกา ทำให้เป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนที่เริ่มเข้าวงการฟิลเลอร์

         4.4 ทำไมฟิลเลอร์ถึงได้รับความนิยมถล่มทลาย?

    • Instant Results: เห็นผลทันทีหลังทำ ไม่ต้องรอนานหลายสัปดาห์
    • No Down Time: ไม่ต้องพักฟื้น ฉีดเสร็จแล้วไปทานข้าวหรือทำงานต่อได้เลย
    • Non-Invasive: ไม่มีการผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น และความเสี่ยงต่ำกว่าการดมยาสลบเพื่อศัลยกรรม

หัวข้อที่ 5 : ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม? 3 ปัจจัยที่เปลี่ยนความเสี่ยงเป็นความสวย

        ถ้าไม่อยากเสี่ยง เราควรเช็ค 3 ข้อหลักนี้ค่ะ ว่าก่อนฉีดฟิลเลอร์ต้องเช็คอะไรบ้างมาดูกัน

         5.1 มั่นใจด้วย "ของแท้" ตรวจสอบได้ทุกกล่อง (100% Traceable) และต้องแกะกล่องต่อหน้าลูกค้า

    • แกะกล่องให้ดูต่อหน้า: มั่นใจได้ว่ายาที่เข้าสู่ใบหน้าคือล็อตใหม่ล่าสุด
    • ลูกค้าสามารถสแกนเช็คได้ทันที: สามารถใช้สมาร์ทโฟนสแกน QR Code หรือเช็คเลข Serial Number ผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรง
    • สลายเองได้ 100%: สาร Hyaluronic Acid แท้จะสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างเป็นก้อนหรือไหลย้อยในอนาคต

         5.2 ฝีมือระดับ "แพทย์ผู้สอนแพทย์"

         การฉีดกับ หมอซีน ซึ่งมีดีกรีเป็นถึง อาจารย์ผู้สอนเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ให้แก่แพทย์หลายๆท่านทั่วประเทศ คือการการันตีความปลอดภัยที่เหนือกว่า

    • แม่นยำเรื่องกายวิภาค (Anatomy): อาจารย์แพทย์จะมีความเชี่ยวชาญเรื่องตำแหน่งเส้นเลือดและเส้นประสาทบนใบหน้าอย่างละเอียด ลดความเสี่ยงในการฉีดโดนจุดสำคัญ
    • เทคนิคเฉพาะตัว: อาจารย์แพทย์ไม่ได้แค่ฉีดให้เต็ม แต่ “ปั้น” ให้สวยและปลอดภัย ใช้ปริมาณยาที่เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
    • แก้ปัญหาได้ตรงจุด: ไม่ว่าจะเป็นเคสยาก งานแก้ หรือการปรับโครงสร้างหน้าซับซ้อน ประสบการณ์ระดับอาจารย์จะช่วยวิเคราะห์และวางแผนการรักษามีปัญหาตรงจุดไหน แก้ตรงจุดนั้นค่ะ

หัวข้อที่ 6 : หลังฉีดฟิลเลอร์ต้องดูแลตัวเองยังไง?

         6.1 งดแต่งหน้าทับบริเวณที่ฉีด 2 ชั่วโมง

         6.2 หลังฉีดฟิลเลอร์ จะมีรอยเปิดเข็มที่พลาสเตอร์ปิดไว้ ห้ามโดนน้ำ 24 ชั่วโมง

         6.3 งดเลเซอร์ที่มีความร้อนลึก เช่น RF ซาวน่า 7-14 วัน

         6.4 งดนวดหรือกดแรงๆบริเวณที่ฉีด 2 สัปดาห์

         6.5 ทานหมูกะทะ ชาบู เป่าผม ได้ตามปกติ

         6.6 ต้องทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

         6.7 ภายใน 1-2 วัน หลังทำจะมีอาการบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ไม่มาก ให้ทานยาลดบวม

         6.8 ฟิลเลอร์จะสมูทตัวเข้ากับผิวที่ 14-21 วัน

         6.9 ปากมีอาการผิดปกติให้ติดต่อคลินิกทันทีค่ะ

        Q1 : ฟิลเลอร์คืออะไร และช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

หมอซีนตอบให้ : > ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มประเภทสารไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในผิวเราตามธรรมชาติอยู่แล้วค่ะ หน้าที่หลักของมันคือการเข้าไปเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป เช่น ร่องลึก หรือใช้ปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกักเก็บน้ำในชั้นผิว ทำให้ผิวดูฟู อิ่มน้ำ และดูอ่อนกว่าวัยลง เห็นผลทันทีหลังทำค่ะ 

       Q2 : ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม? จะไหลหรือเป็นก้อนหรือเปล่า?

หมอซีนตอบให้ : > ถ้าใช้ “ฟิลเลอร์แท้” ที่ผ่าน อย. และฉีดโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะไม่อันตรายเลยค่ะ ส่วนเรื่องการเป็นก้อนหรือไหล มักเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือใช้ฟิลเลอร์ปลอม (สารที่ไม่สลายตัว) หรือเลือกใช้รุ่นฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมกับบริเวณนั้นๆ เช่น เอาฟิลเลอร์เนื้อแข็งไปฉีดในจุดที่ผิวบางมากๆ ค่ะ 

        Q3 : ฟิลเลอร์ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้างที่คนนิยมที่สุด?

หมอซีนตอบให้ : > จากประสบการณ์ที่หมอฉีดคนไข้มาเยอะมาก บอกได้เลยว่า Yvoire ดีมากๆ และคุ้มค่ามากค่ะ จุดเด่นของเขาคือใช้เทคโนโลยี HICE Technology ซึ่งทำให้เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูงและหนืดกำลังดี เวลาฉีดเข้าไปแล้วจะกลืนไปกับผิวได้เนียนมาก ไม่เป็นก้อน และทนต่อการขยับได้ดี คนไข้หมอหลายคนรีวิวตรงกันว่า หลังฉีดแล้วหน้าดูละมุน ไม่โป๊ะ และบวมน้อยมากค่ะ”

        Q4 : ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม และต้องพักฟื้นนานเท่าไหร่?

หมอซีนตอบให้ : > เจ็บน้อยมากค่ะ เพราะในตัวฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของยาชาอยู่แล้ว และก่อนฉีดหมอก็จะมีการแปะยาชา ฉีดบล็อคยาชา หรือประคบเย็นให้ด้วย หลังทำเสร็จอาจมีอาการบวมเล็กน้อยประมาณ 2-3 วัน แต่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องนอนพักฟื้นเหมือนการผ่าตัดค่ะ

        Q5 : ฟิลเลอร์แท้อยู่ได้นานแค่ไหน สลายเองได้จริงไหม?

        หมอซีนตอบให้ : > ฟิลเลอร์แท้ต้องสลายเองได้ 100% ค่ะ โดยปกติจะอยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นที่เลือกใช้ และตำแหน่งที่ฉีด รวมถึงการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลด้วย เช่น ถ้าชอบซาวน่าหรือดื่มน้ำน้อย ฟิลเลอร์ก็อาจจะสลายไวขึ้นนิดหน่อยค่ะ

        Q6 : วิธีเช็กฟิลเลอร์แท้ดูยังไง? (คำถามนี้ Google ชอบมาก)

        หมอซีนตอบให้ : > ข้อนี้สำคัญมากเลยค่ะ ก่อนฉีดทุกครั้งหมอจะให้คนไข้เช็กกล่องก่อนเสมอ โดยดูจาก 1. มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย 2. มีเลข Lot ที่กล่องและหลอดตรงกัน 3. สแกน QR Code ตรวจสอบกับบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรง ที่ Dr. Seen Clinic เราแกะกล่องให้ดูต่อหน้าและให้คนไข้นำกล่องกลับบ้านได้เลยค่ะ

       Q7 : ฉีดฟิลเลอร์กับเติมไขมันหน้าเด็ก แบบไหนดีกว่ากัน?

        หมอซีนตอบให้ : > ขึ้นอยู่กับปัญหาค่ะ ฟิลเลอร์จะเด่นเรื่องการปั้นรูปหน้าให้ได้รูปชัดเจน และไม่ต้องมีแผลผ่าตัด ไม่ต้องเจ็บตัวหลายจุด ส่วนการเติมไขมันจะเหมาะกับคนที่ต้องการเติมเต็มในปริมาณมากๆ ทั่วใบหน้า แต่ผลลัพธ์อาจจะคาดเดาการติดของไขมันได้ยากกว่าฟิลเลอร์ที่มีความเสถียรสูงกว่าค่ะ

        Q8 : หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามกินอะไรบ้าง?

        หมอซีนตอบให้ : > หมอแนะนำให้เลี่ยง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดปลาร้าของหมักดองให้ได้อย่างน้อย 7-14 วันค่ะ เพราะแอลกอฮอล์และของหมักดอง อาจทำให้หน้าบวมและแผลหายช้ามากขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องดื่มน้ำเยอะๆ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารที่ชอบน้ำ ยิ่งดื่มน้ำเยอะ ฟิลเลอร์ยิ่งฟูสวยค่ะ

        Q9 : ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี? ต้องเลือกจากอะไรบ้าง?

        หมอซีนตอบให้ : > การเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ หมอแนะนำให้ดู 3 อย่างสำคัญค่ะ หนึ่งคือ "แพทย์ต้องเชี่ยวชาญ" มีประสบการณ์ปรับรูปหน้าอย่างละเอียด สองคือ "ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น" ตรวจสอบได้ทุกกล่อง และสามคือ "รีวิวจากคนไข้จริง" ที่เห็นผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน ที่ Dr. Seen Clinic หมอปั้นเองทุกเคส ใส่ใจรายละเอียดเหมือนทำหน้าตัวเองค่ะ

        Q10 : จองคิวยังไงได้บ้าง?

        ช่องทางการติดต่อ

        หมอซีนตอบให้ :

หรือกดลิงก์นี้ได้เลยค่ะ Facebook Dr.Seen Clinic 

Line : @dr.seenclinic  หรือกดลิงค์นี้ได้เลยค่ะ  Line Dr.Seen Clinic 

Instagram : dr.seen.bysakkadechclinic หรือกดลิงค์นี้ได้เลยค่ะ Instagram Dr.Seen Clinic 

Tel : 082-839-0881

เลือกอ่านตามหัวข้อ

หัวข้อที่ 1 : โปรแกรมฟิลเลอร์คืออะไร

         ฟิลเลอร์ (Dermal Fillers) : นวัตกรรมคืนความอ่อนกว่าวัยและปรับรูปหน้า
         ทำไม Yvoire ถึงเป็นตัวเลือกที่เราไว้วางใจ?

         1.1 ฟิลเลอร์คืออะไรกันแน่?

         ฟิลเลอร์คือสารที่มีลักษณะคล้ายเจล ถูกฉีดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเพื่อทดแทนคอลลาเจนและไขมันที่สูญเสียไปเมื่อเราอายุมากขึ้น สารที่นิยมใช้และได้รับการยอมรับไปทั่วโลกคือ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายมนุษย์ผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงมีความปลอดภัยสูงและสามารถสลายตัวได้เองตามระยะเวลาของแต่ละยี่ห้อผลิตขึ้นมา

         1.2. ฟิลเลอร์ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?

         ไม่ใช่แค่การลดรอยเหี่ยวย่นเท่านั้น แต่ฟิลเลอร์ยังสามารถทำงานได้หลากหลายดังนี้ค่ะ
    • Smoothing Wrinkles : เติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม (Nasolabial folds) หรือรอยย่นรอบริมฝีปาก
    • Volumizing: เพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าในจุดที่ตอบหรือฝ่อลง เช่น ขมับ แก้มส้ม หรือร่องใต้ตาที่ทำให้ดูเหนื่อยล้า
    • Contouring & Reshaping: ปรับโครงหน้าให้ชัดเจนขึ้น เช่น การปั้นคางให้เรียว การเสริมโหนกแก้ม 
    • Lip Augmentation: การทำให้ริมฝีปากอวบอิ่ม (Plump lips) ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ฮิตมากในยุโรปและอเมริกา

หัวข้อที่ 2 : ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?

         ฟิลเลอร์สามารถฉีดได้เกือบทุกบริเวณกันเลยทีเดียวค่ะ
    • ขมับ
    • ใต้ตา
    • หน้าแก้ม
    • แก้มตอบ
    • ร่องแก้ม
    • ปาก
    • คาง 
    • ร่องเชื่อมคาง
    • กรอบหน้า
    • ดอลลี่อาย
    • ร่องน้ำหมาก

หัวข้อที่ 3 : ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล?

         โดยทั่วไปแล้ว ฟิลเลอร์จะเห็นผลในทันทีหลังทำค่ะ สามารถเช็คผลลัพธ์หลังทำกับแพทย์ได้ในทันทีค่ะ

หัวข้อที่ 4 : รวมฟิลเลอร์ยอดฮิตในปี 2026

         ฟิลเลอร์ที่ยอดนิยมที่สุด เช่นแบรนด์ Juvederm, Restylane , Neuramis อยู่ได้ 6-18 เดือน ข้อดีคือถ้าไม่พอใจในผลลัพธ์หลังทำ สามารถใช้เอนไซม์ฉีดสลายออกได้ทันทีค่ะ

         4.1 โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm (จูวีเดิม) จากบริษัท Allergan Aesthetics (ประเทศสหรัฐอเมริกา) ถือเป็นแบรนด์ฟิลเลอร์อันดับ 1 ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก จุดที่ทำให้ Juvederm "วิเศษ" กว่ายี่ห้ออื่นคือเทคโนโลยีการผลิตเฉพาะตัวที่ทำให้เนื้อเจลมีความละเอียด เรียบเนียน และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดค่ะ

         กลุ่มเทคโนโลยี Vycross (เน้นความเรียบเนียน ยกกระชับ และอยู่นาน)
         เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ผสม Hyaluronic Acid (HA) โมเลกุลต่ำและสูงเข้าด้วยกัน ทำให้เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูง กลืนกับผิวได้ดี ไม่เป็นก้อน และบวมน้อย
    • Juvederm Voluma: เนื้อแข็งและแน่นที่สุดในกลุ่มนี้ มีแรงยกสูงมาก เหมาะสำหรับ เติมคาง, ขมับ, แก้มส้ม เพื่อสร้างมิติและยกกระชับใบหน้า (อยู่ได้นานสูงสุด 24 เดือน)
    • Juvederm Volux: รุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อ กรอบหน้า (Jawline) และคาง โดยเฉพาะ เนื้อจะคงรูปได้ดีมาก ช่วยปั้นรูปหน้าให้คมชัด
    • Juvederm Volift : เนื้อนิ่มระดับปานกลาง มีความละเอียดสูง เหมาะสำหรับ ร่องแก้มลึก, แก้มตอบ หรือเติมปากให้ดูอิ่มเอิบแบบเป็นธรรมชาติ (อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน)
    • Juvederm Volbella: เนื้อนิ่มและละเอียดที่สุด เหมาะสำหรับ ใต้ตา หรือริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้า เพราะไม่เป็นก้อนและดูสมูทมาก (อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน)
    • Juvederm Volite: เน้นงานผิว (Skin Quality) เนื้อบางเบามาก ใช้ฉีดชั้นตื้นเพื่อ เพิ่มความชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน ให้ผิวฉ่ำวาวเหมือนดื่มน้ำเยอะ
         กลุ่มเทคโนโลยี Hylacross (เน้นความฟู อิ่มน้ำ)
         เทคโนโลยีนี้จะเน้นการอุ้มน้ำได้ดีมาก เหมาะกับคนที่ต้องการความอิ่มฟูของผิว
    • Juvederm Ultra Plus: เนื้อนิ่มและฟูมาก เหมาะสำหรับคนที่มี ร่องแก้มลึกมากๆ หรือต้องการ ฉีดปากสายฝอ ที่เน้นความอวบอิ่มชัดเจน (อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน)
    • Juvederm Ultra XC: เนื้อจะอ่อนนุ่มกว่า Ultra Plus นิยมใช้เติมปากให้ดูระเรื่อหรือเติมร่องริ้วรอยระดับปานกลาง
          สรุปความ "วิเศษ" ของ Juvederm
    1. Natural Look & Feel: เนื้อเจลมีความสมูท (Smooth-consistency gel) ต่างจากยี่ห้ออื่นที่เป็นเนื้อแกรนูล (เม็ดๆ) ทำให้เวลาสัมผัสจะรู้สึกเนียนไปกับผิวจริง
    2. Long Lasting: ผลลัพธ์อยู่ได้นานตั้งแต่ 9-24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นและบริเวณที่ฉีด) ซึ่งถือว่านานกว่าฟิลเลอร์หลายแบรนด์ในตลาด
    3. Lidocaine Infused: ทุกรุ่นผสมยาชาในเนื้อฟิลเลอร์ ทำให้ตอนฉีดรู้สึกสบายและเจ็บน้อยลงมาก
    4. Global Standard: ได้รับการรับรองจาก US FDA (อเมริกา) และ อย. ไทย มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและการสลายตัวได้เอง 100% ค่ะ
          คำแนะนำ: เนื่องด้วยแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติต่างกันมาก การเลือกใช้ควรให้คุณหมอเป็นผู้ประเมินตามปัญหาผิวและรูปหน้าหน้างานจะดีที่สุดค่ะ

         4.2 โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane จากบริษัท Galderma (กัลเดอร์มา) ประเทศสวีเดน ก็คือ "ต้นตำรับ" ของฟิลเลอร์ตัวจริงค่ะ เพราะเป็นแบรนด์แรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก US FDA และมีงานวิจัยรองรับเยอะที่สุด

          เทคโนโลยี NASHA (เน้นความคงตัว ยกกระชับได้ดี) เทคโนโลยีนี้เน้นเนื้อเจลที่มีความคงรูปสูง (Firm) ไม่ค่อยอุ้มน้ำ ทำให้ฉีดแล้วไม่ค่อยบวม และช่วยยกพยุงผิวได้ดีมาก
    • Juvederm Ultra XC: เนื้อจะอ่อนนุ่มกว่า Ultra Plus นิยมใช้เติมปากให้ดูระเรื่อหรือเติมร่องริ้วรอยระดับปานกลาง
    • Restylane Classic (กล่องน้ำเงิน): เนื้อปานกลาง มีความคงตัวสูง เหมาะสำหรับ ร่องแก้มระดับปานกลาง หรือเก็บรายละเอียดริ้วรอย (อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน)
    • Restylane Vital / Vital Light: เนื้อละเอียด บางเบา เน้นงาน Skinbooster เติมความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำวาว หรือลดริ้วรอยเล็กๆ หลังมือและลำคอ
         เทคโนโลยี OBT หรือ XpresHAn (เน้นความยืดหยุ่น กลืนกับผิว) เน้นเนื้อเจลที่ยืดหยุ่นสูง (Flexible) ขยับตามกล้ามเนื้อใบหน้าได้ดี เวลาพูดหรือยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งเป็นก้อน
    • Restylane Defyne : เนื้อแข็งปานกลางแต่ยืดหยุ่นดีมาก เหมาะสำหรับ โหนกแก้ม, ร่องแก้ม, หรือคาง ที่ต้องการความละมุนและช่วยยกกระชับ (อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน
    • Restylane Volyme : เนื้อนิ่มฟู แข็งปานกลาง เน้นการ เติมเต็มวอลลุ่ม เช่น ขมับตอบ, แก้มตอบ ให้หน้าดูอิ่มเอิบแบบสาวเกาหลี (อยู่ได้ประมาณ 18 เดือน)
    • Restylane Volyme : เนื้อนิ่มฟู แข็งปานกลาง เน้นการ เติมเต็มวอลลุ่ม เช่น ขมับตอบ, แก้มตอบ ให้หน้าดูอิ่มเอิบแบบสาวเกาหลี (อยู่ได้ประมาณ 18 เดือน)
    • Restylane Kysse : รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อ ริมฝีปาก โดยเฉพาะ ให้ปากดูอวบอิ่ม ชมพูระเรื่อ และมีความยืดหยุ่นสูง เวลาจูบหรือขยับปากจะรู้สึกเป็นธรรมชาติมาก
          สรุปความ "วิเศษ" ของ Restylane
    1. Safety & Heritage: มีประวัติยาวนานกว่า 25 ปี และมีการใช้ไปแล้วกว่า 50 ล้านทรีตเมนต์ทั่วโลก มั่นใจเรื่องความปลอดภัยสูงสุด
    2. Precision Treatment: มีรุ่นให้เลือกเยอะมาก (Tailor-made) ทำให้คุณหมอสามารถเลือกเนื้อที่ “แข็งพอที่จะยก” หรือ “นิ่มพอที่จะเนียน” ได้ตามตำแหน่งที่เป๊ะที่สุด
    3. Minimal Swelling: โดยเฉพาะกลุ่ม NASHA ที่อุ้มน้ำน้อย ทำให้หลังฉีดบวมน้อยมาก เห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงได้ไว
    4. Natural Expression: เทคโนโลยี OBT ช่วยให้คุณยังสามารถแสดงสีหน้า (ยิ้ม หัวเราะ ขมวดคิ้ว) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งทื่อ

         4.3 : มาต่อกันที่ฟิลเลอร์ยอดฮิตขวัญใจมหาชนอย่าง Neuramis (นิวรามิส) จากบริษัท Medytox ประเทศเกาหลีใต้กันค่ะ แบรนด์นี้ขึ้นชื่อเรื่อง "ความคุ้มค่า" และผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจน จนกลายเป็นฟิลเลอร์สายเกาหลีที่มียอดขายถล่มทลายในไทย มีเทคโนโลยี SHAPE™ (Stabilized Hyaluronic Acid & Purification Enhancement) เป็นกระบวนการผลิตเฉพาะของ Medytox ที่เน้น 2 ส่วนสำคัญคือ

    • Double Cross-linking: ทำให้โครงสร้างเจลมีความคงตัวสูง สลายช้าลง และทนต่อเอนไซม์ในร่างกายได้ดี
    • Purification Process: กระบวนการทำความสะอาดเนื้อเจลอย่างละเอียด เพื่อลดสารตกค้าง (BDDE) ให้เหลือน้อยที่สุด ลดโอกาสการแพ้หรือบวมหลังฉีด
         รุ่นของ Neuramis ที่นิยมใช้ในประเทศไทย รุ่นที่ผ่าน อย. และนิยมใช้มากที่สุดจะมีหลักๆ ดังนี้ค่ะ
    • Neuramis Deep Lidocaine (กล่องดำ)
      • ลักษณะเนื้อ: เนื้อเจลมีความหนืดปานกลาง อิ่มฟู และมีความคงตัวดี
      • จุดเด่น: ผสมยาชา ในเนื้อฟิลเลอร์ ทำให้ขณะฉีดรู้สึกสบายและเจ็บน้อยลงมาก
      • เหมาะสำหรับ: ร่องแก้ม, คาง, ขมับ หรือเติมวอลลุ่มบริเวณ แก้มตอบ ให้หน้าดูอิ่มเอิบ (อยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับบุคคล)
    • Neuramis Volume Lidocaine (กล่องทอง)
      • ลักษณะเนื้อ: เนื้อแข็งและมีความหนืดสูงที่สุดในตระกูล
      • จุดเด่น: ขึ้นรูปได้ดีมาก ปั้นทรงสวย  ทนต่อแรงกดทับได้ดี
      • เหมาะสำหรับ: คาง, กรอบหน้า (Jawline) หรือจุดที่ต้องการการพยุงผิวสูงๆ (อยู่ได้ประมาณ 8-10 เดือน ขึ้นอยู่กับบุคคล)
         สรุปความ "วิเศษ" ของ Neuramis
    1. Enhanced Safety : ด้วยเทคโนโลยีการชำระล้างสารตกค้างที่เข้มงวด ทำให้มีความปลอดภัยสูงและสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
    2. Long-lasting Effect: การทำ Cross-linked 2 ชั้นช่วยให้ฟิลเลอร์คงรูปอยู่ได้นานขึ้น ไม่สลายตัวเร็วเกินไป
    3. Natural Volume: เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นพอเหมาะ ทำให้หน้าดูอิ่มฟูแบบสาวเกาหลี 
    4. High Value: เป็นฟิลเลอร์คุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าแบรนด์ยุโรปหรืออเมริกา ทำให้เป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนที่เริ่มเข้าวงการฟิลเลอร์

         4.4 ทำไมฟิลเลอร์ถึงได้รับความนิยมถล่มทลาย?

    • Instant Results: เห็นผลทันทีหลังทำ ไม่ต้องรอนานหลายสัปดาห์
    • No Down Time: ไม่ต้องพักฟื้น ฉีดเสร็จแล้วไปทานข้าวหรือทำงานต่อได้เลย
    • Non-Invasive: ไม่มีการผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น และความเสี่ยงต่ำกว่าการดมยาสลบเพื่อศัลยกรรม

หัวข้อที่ 5 : ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม? 3 ปัจจัยที่เปลี่ยนความเสี่ยงเป็นความสวย

        ถ้าไม่อยากเสี่ยง เราควรเช็ค 3 ข้อหลักนี้ค่ะ ว่าก่อนฉีดฟิลเลอร์ต้องเช็คอะไรบ้างมาดูกัน

         5.1 มั่นใจด้วย "ของแท้" ตรวจสอบได้ทุกกล่อง (100% Traceable) และต้องแกะกล่องต่อหน้าลูกค้า

    • แกะกล่องให้ดูต่อหน้า: มั่นใจได้ว่ายาที่เข้าสู่ใบหน้าคือล็อตใหม่ล่าสุด
    • ลูกค้าสามารถสแกนเช็คได้ทันที: สามารถใช้สมาร์ทโฟนสแกน QR Code หรือเช็คเลข Serial Number ผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรง
    • สลายเองได้ 100%: สาร Hyaluronic Acid แท้จะสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างเป็นก้อนหรือไหลย้อยในอนาคต

         5.2 ฝีมือระดับ "แพทย์ผู้สอนแพทย์"

         การฉีดกับ หมอซีน ซึ่งมีดีกรีเป็นถึง อาจารย์ผู้สอนเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ให้แก่แพทย์หลายๆท่านทั่วประเทศ คือการการันตีความปลอดภัยที่เหนือกว่า

    • แม่นยำเรื่องกายวิภาค (Anatomy): อาจารย์แพทย์จะมีความเชี่ยวชาญเรื่องตำแหน่งเส้นเลือดและเส้นประสาทบนใบหน้าอย่างละเอียด ลดความเสี่ยงในการฉีดโดนจุดสำคัญ
    • เทคนิคเฉพาะตัว: อาจารย์แพทย์ไม่ได้แค่ฉีดให้เต็ม แต่ “ปั้น” ให้สวยและปลอดภัย ใช้ปริมาณยาที่เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
    • แก้ปัญหาได้ตรงจุด: ไม่ว่าจะเป็นเคสยาก งานแก้ หรือการปรับโครงสร้างหน้าซับซ้อน ประสบการณ์ระดับอาจารย์จะช่วยวิเคราะห์และวางแผนการรักษามีปัญหาตรงจุดไหน แก้ตรงจุดนั้นค่ะ

หัวข้อที่ 6 : หลังฉีดฟิลเลอร์ต้องดูแลตัวเองยังไง?

         6.1 งดแต่งหน้าทับบริเวณที่ฉีด 2 ชั่วโมง

         6.1 งดแต่งหน้าทับบริเวณที่ฉีด 2 ชั่วโมง

         6.1 งดแต่งหน้าทับบริเวณที่ฉีด 2 ชั่วโมง

         6.1 งดแต่งหน้าทับบริเวณที่ฉีด 2 ชั่วโมง

หัวข้อที่ 7 : รีวิว ฟิลเลอร์ Yvoire

รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ใต้ตา , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire แก้มตอบ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ขมับ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ปาก , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire คาง
รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ใต้ตา , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire แก้มตอบ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ขมับ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ปาก , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire คาง
รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ใต้ตา , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire แก้มตอบ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ขมับ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ปาก , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire คาง
รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ใต้ตา , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire แก้มตอบ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ขมับ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ปาก , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire คาง

        Q1 : ฟิลเลอร์ Yvoire อยู่ได้นานไหม? แต่ละรุ่นอยู่ได้กี่เดือน?

หมอซีนตอบให้ : > ฟิลเลอร์ Yvoire เป็นฟิลเลอร์พรีเมียมจากเกาหลีที่เด่นเรื่องความคงตัวค่ะ โดยทั่วไปจะอยู่ได้นานประมาณ 8 – 10 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกใช้และบริเวณที่ฉีด และที่สำคัญคือสลายตัวได้เอง 100% ตามธรรมชาติ ไม่เหลือสารตกค้างแน่นอนค่ะ

       Q2 : ฟิลเลอร์ Yvoire มีกี่รุ่น? แต่ละรุ่นเหมาะกับฉีดตรงไหนบ้าง?

หมอซีนตอบให้ : > ที่คลินิกเราจะใช้ 3 รุ่นหลักๆ ที่ผ่าน อย. ไทย เพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวค่ะ 
    • Yvoire Classic Plus (กล่องเขียว): เนื้อนิ่ม ละเอียด ยืดหยุ่นดี หมอจะเลือกใช้สำหรับเติมเต็มบริเวณริ้วรอยตื้นๆ ใต้ตา หรือริมฝีปากที่ต้องการความละมุนเป็นธรรมชาติค่ะ
    • Yvoire Volume Plus (กล่องม่วง): เนื้อมีความหนาแน่นปานกลาง เติมเต็มได้ดี หมอชอบใช้ฉีดบริเวณร่องแก้ม ร่องมุมปาก ขมับ หรือแก้มตอบค่ะ
    • Yvoire Contour Plus (กล่องส้ม): รุ่นนี้เนื้อแข็งที่สุด โมเลกุลใหญ่ มีแรงยกสูงมาก หมอจะเอาไว้ใช้สำหรับงานปรับโครงสร้างหน้า เช่น ฉีดหนุนกระดูกใต้ตา คาง หรือแนวกรอบหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่คมชัดและอยู่ได้นานค่ะ”

        Q3 : ฟิลเลอร์ Yvoire ดีไหม? รีวิวเป็นยังไงบ้าง?

หมอซีนตอบให้ : > จากประสบการณ์ที่หมอฉีดคนไข้มาเยอะมาก บอกได้เลยว่า Yvoire ดีมากๆ และคุ้มค่ามากค่ะ จุดเด่นของเขาคือใช้เทคโนโลยี HICE Technology ซึ่งทำให้เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูงและหนืดกำลังดี เวลาฉีดเข้าไปแล้วจะกลืนไปกับผิวได้เนียนมาก ไม่เป็นก้อน และทนต่อการขยับได้ดี คนไข้หมอหลายคนรีวิวตรงกันว่า หลังฉีดแล้วหน้าดูละมุน ไม่โป๊ะ และบวมน้อยมากค่ะ”

        Q4 : ฟิลเลอร์ Yvoire ของประเทศอะไร? ผ่าน อย. ไทยไหม?

หมอซีนตอบให้ : > “Yvoire เป็นฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลีใต้แท้ๆ เลยค่ะ ผลิตโดยบริษัทระดับโลกอย่าง LG Chem ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีและกรดไฮยาลูรอนิกมาอย่างยาวนาน และที่สำคัญที่สุดคือ ผ่าน อย. ไทย (Thai FDA) เรียบร้อยแล้ว ได้รับความนิยมทั้งในยุโรปและเอเชีย มั่นใจเรื่องความปลอดภัยได้ 100% ค่ะ”
    • แก้มส้ม หรือหน้าแก้ม
    • ร่องแก้ม
    • คาง 
    • ขมับ
    • แก้มตอบ
    • ปาก

        Q5 : ฟิลเลอร์ Yvoire ราคาเท่าไหร่? ทำไมราคาถูกกว่าฝั่งยุโรป?

        หมอซีนตอบให้ : > "ราคาของ Yvoire จะอยู่ที่หลักพันปลายๆ ถึงหมื่นต้นๆ ต่อ CC ค่ะ ซึ่งถือเป็นระดับ Mid-range ที่เข้าถึงง่ายกว่าฝั่งยุโรป เหตุผลที่ราคาเป็นมิตรมากกว่าไม่ใช่เพราะคุณภาพด้อยกว่านะคะ แต่เป็นเพราะฐานการผลิตและต้นทุนการขนส่งในแถบเอเชียบ้านเรา รวมถึงทาง LG Chem เขาผลิตสารตั้งต้นเองทั้งหมด ทำให้ควบคุมราคาได้ดี ถือเป็นฟิลเลอร์ที่ 'คุณภาพระดับพรีเมียม ในราคาที่คุ้มค่า' ค่ะ"

        Q6 : ฟิลเลอร์ Yvoire แท้ ดูยังไง? มีวิธีเช็กตรงไหนบ้าง?

        หมอซีนตอบให้ : > "เรื่องนี้หมอเน้นย้ำมากค่ะ! ฟิลเลอร์ Yvoire ของแท้ต้องตรวจสอบได้ โดยสังเกตจาก:
    1. มีฉลากภาษาไทยและเลข อย. ระบุชัดเจนบนกล่อง
    2. มีสติกเกอร์โฮโลแกรมปิดสนิท
    3. สามารถสแกน QR Code บนตัวกล่องเพื่อเช็กประวัติและตรวจสอบเลข Lot การผลิตได้ทันที ที่คลินิกของหมอ จะมีการแกะกล่องใหม่ให้คนไข้ดูต่อหน้าทุกเคส และสามารถนำกล่องกลับบ้านไปเช็กเพื่อความสบายใจได้เลยค่ะ”

       Q7 : ฉีดฟิลเลอร์ Yvoire แล้วจะเป็นก้อนไหม?

        หมอซีนตอบให้ : > "โอกาสเป็นก้อนน้อยมากๆ ค่ะ ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของเขาที่ทำให้เนื้อเจลมีความละเอียดและยืดหยุ่นสูง (High Elasticity) จึงสามารถกระจายตัวและกลืนเข้ากับชั้นผิวธรรมชาติของเราได้ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะไม่เป็นก้อนขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ 1. การเลือกใช้รุ่นฟิลเลอร์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับชั้นผิว และ 2. เทคนิคการฉีดของแพทย์ ซึ่งหมอจะประเมินและวางตำแหน่งการฉีดอย่างแม่นยำที่สุดในทุกเคสค่ะ"

        Q8 : ฟิลเลอร์ Yvoire ต่างจากยี่ห้ออื่น (เช่น Neuramis หรือ Restylane) ยังไง?

        หมอซีนตอบให้ : > "ถ้าเทียบในกลุ่มฟิลเลอร์เกาหลีด้วยกันอย่าง Neuramis ตัว Yvoire จะมีเนื้อสัมผัสที่หลากหลายกว่า มีรุ่นเนื้อแข็งที่มีแรงยกสูง (Contour) ทำให้ปรับรูปหน้าได้คมกว่าค่ะ ส่วนถ้าเทียบกับฝั่งยุโรปอย่าง Restylane แน่นอนว่า Restylane จะมีรุ่นย่อยๆ ที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าและอยู่ได้นานกว่านิดหน่อย แต่ Yvoire ก็ได้เปรียบเรื่องความคุ้มค่าในแง่ของราคา หมอมักจะแนะนำว่าถ้าอยากได้งานผิวสวย ปรับรูปหน้าปัง ในงบประมาณที่สบายกระเป๋า Yvoire คือคำตอบที่ใช่เลยค่ะ"

        Q9 : ฟิลเลอร์ Yvoire ฉีดปากสวยไหม? ใช้รุ่นไหนฉีดปาก?

        หมอซีนตอบให้ : > "ฉีดปากสวยและละมุนมากค่ะ สำหรับบริเวณริมฝีปากที่ต้องขยับบ่อยๆ หมอจะเลือกใช้รุ่น Yvoire Classic Plus ค่ะ เพราะเนื้อของเขาจะมีความนิ่มและยืดหยุ่นสูงมาก เวลาฉีดแล้วปากจะดูอวบอิ่ม ชุ่มชื้น เป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อ ยิ้มแล้วไม่เป็นลำ และยังช่วยเบลอร่องปากให้ดูฟูขึ้นด้วยค่ะ"

        Q10 : หลังฉีดฟิลเลอร์ Yvoire ห้ามทำอะไรบ้าง? มีข้อห้ามอะไรที่ต้องระวัง?

        หมอซีนตอบให้ : > "เพื่อให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวได้สวยและอยู่ได้นานที่สุด หลังฉีดหมอแนะนำให้เลี่ยง 3 ข้อนี้ในช่วง 2 สัปดาห์แรกค่ะ:
    1. เลี่ยงความร้อนจัด: เช่น การอบซาวน่า, แช่ออนเซ็น, หรือการทำเลเซอร์ยกกระชับร้อนๆ
    2. งดกด นวด หรือคลึง บริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่งได้ค่ะ
    3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารหมักดอง ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมค่ะ ดูแลตัวเองตามนี้ รับรองว่าผลลัพธ์จะออกมาปังและอยู่ได้นานแน่นอนค่ะ

        Q11 : จองคิวยังไงได้บ้าง?

        ช่องทางการติดต่อ

        หมอซีนตอบให้ :

หรือกดลิงก์นี้ได้เลยค่ะ Facebook Dr.Seen Clinic 

Line : @dr.seenclinic  หรือกดลิงค์นี้ได้เลยค่ะ  Line Dr.Seen Clinic 

Instagram : dr.seen.bysakkadechclinic หรือกดลิงค์นี้ได้เลยค่ะ Instagram Dr.Seen Clinic 

Tel : 082-839-0881

เลือกอ่านตามหัวข้อ

หัวข้อที่ 1 : โปรแกรมฟิลเลอร์คืออะไร

         ฟิลเลอร์ (Dermal Fillers) : นวัตกรรมคืนความอ่อนกว่าวัยและปรับรูปหน้า
         ทำไม Yvoire ถึงเป็นตัวเลือกที่เราไว้วางใจ?

         1.1 ฟิลเลอร์คืออะไรกันแน่?

         ฟิลเลอร์คือสารที่มีลักษณะคล้ายเจล ถูกฉีดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเพื่อทดแทนคอลลาเจนและไขมันที่สูญเสียไปเมื่อเราอายุมากขึ้น สารที่นิยมใช้และได้รับการยอมรับไปทั่วโลกคือ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายมนุษย์ผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงมีความปลอดภัยสูงและสามารถสลายตัวได้เองตามระยะเวลาของแต่ละยี่ห้อผลิตขึ้นมา

         1.2. ฟิลเลอร์ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?

         ไม่ใช่แค่การลดรอยเหี่ยวย่นเท่านั้น แต่ฟิลเลอร์ยังสามารถทำงานได้หลากหลายดังนี้ค่ะ
    • Smoothing Wrinkles : เติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม (Nasolabial folds) หรือรอยย่นรอบริมฝีปาก
    • Volumizing: เพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าในจุดที่ตอบหรือฝ่อลง เช่น ขมับ แก้มส้ม หรือร่องใต้ตาที่ทำให้ดูเหนื่อยล้า
    • Contouring & Reshaping: ปรับโครงหน้าให้ชัดเจนขึ้น เช่น การปั้นคางให้เรียว การเสริมโหนกแก้ม 
    • Lip Augmentation: การทำให้ริมฝีปากอวบอิ่ม (Plump lips) ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ฮิตมากในยุโรปและอเมริกา

หัวข้อที่ 2 : ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?

         ฟิลเลอร์สามารถฉีดได้เกือบทุกบริเวณกันเลยทีเดียวค่ะ
    • ขมับ
    • ใต้ตา
    • หน้าแก้ม
    • แก้มตอบ
    • ร่องแก้ม
    • ปาก
    • คาง 
    • ร่องเชื่อมคาง
    • กรอบหน้า
    • ดอลลี่อาย
    • ร่องน้ำหมาก

หัวข้อที่ 3 : ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล?

         โดยทั่วไปแล้ว ฟิลเลอร์จะเห็นผลในทันทีหลังทำค่ะ สามารถเช็คผลลัพธ์หลังทำกับแพทย์ได้ในทันทีค่ะ

หัวข้อที่ 4 : รวมฟิลเลอร์ยอดฮิตในปี 2026

         ฟิลเลอร์ที่ยอดนิยมที่สุด เช่นแบรนด์ Juvederm, Restylane , Neuramis อยู่ได้ 6-18 เดือน ข้อดีคือถ้าไม่พอใจในผลลัพธ์หลังทำ สามารถใช้เอนไซม์ฉีดสลายออกได้ทันทีค่ะ

         4.1 โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm (จูวีเดิม) จากบริษัท Allergan Aesthetics (ประเทศสหรัฐอเมริกา) ถือเป็นแบรนด์ฟิลเลอร์อันดับ 1 ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก จุดที่ทำให้ Juvederm "วิเศษ" กว่ายี่ห้ออื่นคือเทคโนโลยีการผลิตเฉพาะตัวที่ทำให้เนื้อเจลมีความละเอียด เรียบเนียน และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดค่ะ

         กลุ่มเทคโนโลยี Vycross (เน้นความเรียบเนียน ยกกระชับ และอยู่นาน)
         เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ผสม Hyaluronic Acid (HA) โมเลกุลต่ำและสูงเข้าด้วยกัน ทำให้เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูง กลืนกับผิวได้ดี ไม่เป็นก้อน และบวมน้อย
    • Juvederm Voluma: เนื้อแข็งและแน่นที่สุดในกลุ่มนี้ มีแรงยกสูงมาก เหมาะสำหรับ เติมคาง, ขมับ, แก้มส้ม เพื่อสร้างมิติและยกกระชับใบหน้า (อยู่ได้นานสูงสุด 24 เดือน)
    • Juvederm Volux: รุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อ กรอบหน้า (Jawline) และคาง โดยเฉพาะ เนื้อจะคงรูปได้ดีมาก ช่วยปั้นรูปหน้าให้คมชัด
    • Juvederm Volift : เนื้อนิ่มระดับปานกลาง มีความละเอียดสูง เหมาะสำหรับ ร่องแก้มลึก, แก้มตอบ หรือเติมปากให้ดูอิ่มเอิบแบบเป็นธรรมชาติ (อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน)
    • Juvederm Volbella: เนื้อนิ่มและละเอียดที่สุด เหมาะสำหรับ ใต้ตา หรือริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้า เพราะไม่เป็นก้อนและดูสมูทมาก (อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน)
    • Juvederm Volite: เน้นงานผิว (Skin Quality) เนื้อบางเบามาก ใช้ฉีดชั้นตื้นเพื่อ เพิ่มความชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน ให้ผิวฉ่ำวาวเหมือนดื่มน้ำเยอะ
         กลุ่มเทคโนโลยี Hylacross (เน้นความฟู อิ่มน้ำ)
         เทคโนโลยีนี้จะเน้นการอุ้มน้ำได้ดีมาก เหมาะกับคนที่ต้องการความอิ่มฟูของผิว
    • Juvederm Ultra Plus: เนื้อนิ่มและฟูมาก เหมาะสำหรับคนที่มี ร่องแก้มลึกมากๆ หรือต้องการ ฉีดปากสายฝอ ที่เน้นความอวบอิ่มชัดเจน (อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน)
    • Juvederm Ultra XC: เนื้อจะอ่อนนุ่มกว่า Ultra Plus นิยมใช้เติมปากให้ดูระเรื่อหรือเติมร่องริ้วรอยระดับปานกลาง
          สรุปความ "วิเศษ" ของ Juvederm
    1. Natural Look & Feel: เนื้อเจลมีความสมูท (Smooth-consistency gel) ต่างจากยี่ห้ออื่นที่เป็นเนื้อแกรนูล (เม็ดๆ) ทำให้เวลาสัมผัสจะรู้สึกเนียนไปกับผิวจริง
    2. Long Lasting: ผลลัพธ์อยู่ได้นานตั้งแต่ 9-24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นและบริเวณที่ฉีด) ซึ่งถือว่านานกว่าฟิลเลอร์หลายแบรนด์ในตลาด
    3. Lidocaine Infused: ทุกรุ่นผสมยาชาในเนื้อฟิลเลอร์ ทำให้ตอนฉีดรู้สึกสบายและเจ็บน้อยลงมาก
    4. Global Standard: ได้รับการรับรองจาก US FDA (อเมริกา) และ อย. ไทย มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและการสลายตัวได้เอง 100% ค่ะ
          คำแนะนำ: เนื่องด้วยแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติต่างกันมาก การเลือกใช้ควรให้คุณหมอเป็นผู้ประเมินตามปัญหาผิวและรูปหน้าหน้างานจะดีที่สุดค่ะ

         4.2 โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane จากบริษัท Galderma (กัลเดอร์มา) ประเทศสวีเดน ก็คือ "ต้นตำรับ" ของฟิลเลอร์ตัวจริงค่ะ เพราะเป็นแบรนด์แรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก US FDA และมีงานวิจัยรองรับเยอะที่สุด

          เทคโนโลยี NASHA (เน้นความคงตัว ยกกระชับได้ดี) เทคโนโลยีนี้เน้นเนื้อเจลที่มีความคงรูปสูง (Firm) ไม่ค่อยอุ้มน้ำ ทำให้ฉีดแล้วไม่ค่อยบวม และช่วยยกพยุงผิวได้ดีมาก
    • Juvederm Ultra XC: เนื้อจะอ่อนนุ่มกว่า Ultra Plus นิยมใช้เติมปากให้ดูระเรื่อหรือเติมร่องริ้วรอยระดับปานกลาง
    • Restylane Classic (กล่องน้ำเงิน): เนื้อปานกลาง มีความคงตัวสูง เหมาะสำหรับ ร่องแก้มระดับปานกลาง หรือเก็บรายละเอียดริ้วรอย (อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน)
    • Restylane Vital / Vital Light: เนื้อละเอียด บางเบา เน้นงาน Skinbooster เติมความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำวาว หรือลดริ้วรอยเล็กๆ หลังมือและลำคอ
         เทคโนโลยี OBT หรือ XpresHAn (เน้นความยืดหยุ่น กลืนกับผิว) เน้นเนื้อเจลที่ยืดหยุ่นสูง (Flexible) ขยับตามกล้ามเนื้อใบหน้าได้ดี เวลาพูดหรือยิ้มจะดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งเป็นก้อน
    • Restylane Defyne : เนื้อแข็งปานกลางแต่ยืดหยุ่นดีมาก เหมาะสำหรับ โหนกแก้ม, ร่องแก้ม, หรือคาง ที่ต้องการความละมุนและช่วยยกกระชับ (อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน
    • Restylane Volyme : เนื้อนิ่มฟู แข็งปานกลาง เน้นการ เติมเต็มวอลลุ่ม เช่น ขมับตอบ, แก้มตอบ ให้หน้าดูอิ่มเอิบแบบสาวเกาหลี (อยู่ได้ประมาณ 18 เดือน)
    • Restylane Volyme : เนื้อนิ่มฟู แข็งปานกลาง เน้นการ เติมเต็มวอลลุ่ม เช่น ขมับตอบ, แก้มตอบ ให้หน้าดูอิ่มเอิบแบบสาวเกาหลี (อยู่ได้ประมาณ 18 เดือน)
    • Restylane Kysse : รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อ ริมฝีปาก โดยเฉพาะ ให้ปากดูอวบอิ่ม ชมพูระเรื่อ และมีความยืดหยุ่นสูง เวลาจูบหรือขยับปากจะรู้สึกเป็นธรรมชาติมาก
          สรุปความ "วิเศษ" ของ Restylane
    1. Safety & Heritage: มีประวัติยาวนานกว่า 25 ปี และมีการใช้ไปแล้วกว่า 50 ล้านทรีตเมนต์ทั่วโลก มั่นใจเรื่องความปลอดภัยสูงสุด
    2. Precision Treatment: มีรุ่นให้เลือกเยอะมาก (Tailor-made) ทำให้คุณหมอสามารถเลือกเนื้อที่ “แข็งพอที่จะยก” หรือ “นิ่มพอที่จะเนียน” ได้ตามตำแหน่งที่เป๊ะที่สุด
    3. Minimal Swelling: โดยเฉพาะกลุ่ม NASHA ที่อุ้มน้ำน้อย ทำให้หลังฉีดบวมน้อยมาก เห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงได้ไว
    4. Natural Expression: เทคโนโลยี OBT ช่วยให้คุณยังสามารถแสดงสีหน้า (ยิ้ม หัวเราะ ขมวดคิ้ว) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งทื่อ

         4.3 : มาต่อกันที่ฟิลเลอร์ยอดฮิตขวัญใจมหาชนอย่าง Neuramis (นิวรามิส) จากบริษัท Medytox ประเทศเกาหลีใต้กันค่ะ แบรนด์นี้ขึ้นชื่อเรื่อง "ความคุ้มค่า" และผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจน จนกลายเป็นฟิลเลอร์สายเกาหลีที่มียอดขายถล่มทลายในไทย มีเทคโนโลยี SHAPE™ (Stabilized Hyaluronic Acid & Purification Enhancement) เป็นกระบวนการผลิตเฉพาะของ Medytox ที่เน้น 2 ส่วนสำคัญคือ

    • Double Cross-linking: ทำให้โครงสร้างเจลมีความคงตัวสูง สลายช้าลง และทนต่อเอนไซม์ในร่างกายได้ดี
    • Purification Process: กระบวนการทำความสะอาดเนื้อเจลอย่างละเอียด เพื่อลดสารตกค้าง (BDDE) ให้เหลือน้อยที่สุด ลดโอกาสการแพ้หรือบวมหลังฉีด
         รุ่นของ Neuramis ที่นิยมใช้ในประเทศไทย รุ่นที่ผ่าน อย. และนิยมใช้มากที่สุดจะมีหลักๆ ดังนี้ค่ะ
    • Neuramis Deep Lidocaine (กล่องดำ)
      • ลักษณะเนื้อ: เนื้อเจลมีความหนืดปานกลาง อิ่มฟู และมีความคงตัวดี
      • จุดเด่น: ผสมยาชา ในเนื้อฟิลเลอร์ ทำให้ขณะฉีดรู้สึกสบายและเจ็บน้อยลงมาก
      • เหมาะสำหรับ: ร่องแก้ม, คาง, ขมับ หรือเติมวอลลุ่มบริเวณ แก้มตอบ ให้หน้าดูอิ่มเอิบ (อยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับบุคคล)
    • Neuramis Volume Lidocaine (กล่องทอง)
      • ลักษณะเนื้อ: เนื้อแข็งและมีความหนืดสูงที่สุดในตระกูล
      • จุดเด่น: ขึ้นรูปได้ดีมาก ปั้นทรงสวย  ทนต่อแรงกดทับได้ดี
      • เหมาะสำหรับ: คาง, กรอบหน้า (Jawline) หรือจุดที่ต้องการการพยุงผิวสูงๆ (อยู่ได้ประมาณ 8-10 เดือน ขึ้นอยู่กับบุคคล)
         สรุปความ "วิเศษ" ของ Neuramis
    1. Enhanced Safety : ด้วยเทคโนโลยีการชำระล้างสารตกค้างที่เข้มงวด ทำให้มีความปลอดภัยสูงและสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
    2. Long-lasting Effect: การทำ Cross-linked 2 ชั้นช่วยให้ฟิลเลอร์คงรูปอยู่ได้นานขึ้น ไม่สลายตัวเร็วเกินไป
    3. Natural Volume: เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นพอเหมาะ ทำให้หน้าดูอิ่มฟูแบบสาวเกาหลี 
    4. High Value: เป็นฟิลเลอร์คุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าแบรนด์ยุโรปหรืออเมริกา ทำให้เป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนที่เริ่มเข้าวงการฟิลเลอร์

         4.4 ทำไมฟิลเลอร์ถึงได้รับความนิยมถล่มทลาย?

    • Instant Results: เห็นผลทันทีหลังทำ ไม่ต้องรอนานหลายสัปดาห์
    • No Down Time: ไม่ต้องพักฟื้น ฉีดเสร็จแล้วไปทานข้าวหรือทำงานต่อได้เลย
    • Non-Invasive: ไม่มีการผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น และความเสี่ยงต่ำกว่าการดมยาสลบเพื่อศัลยกรรม

หัวข้อที่ 5 : ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม? 3 ปัจจัยที่เปลี่ยนความเสี่ยงเป็นความสวย

        ถ้าไม่อยากเสี่ยง เราควรเช็ค 3 ข้อหลักนี้ค่ะ ว่าก่อนฉีดฟิลเลอร์ต้องเช็คอะไรบ้างมาดูกัน

         5.1 มั่นใจด้วย "ของแท้" ตรวจสอบได้ทุกกล่อง (100% Traceable) และต้องแกะกล่องต่อหน้าลูกค้า

    • แกะกล่องให้ดูต่อหน้า: มั่นใจได้ว่ายาที่เข้าสู่ใบหน้าคือล็อตใหม่ล่าสุด
    • ลูกค้าสามารถสแกนเช็คได้ทันที: สามารถใช้สมาร์ทโฟนสแกน QR Code หรือเช็คเลข Serial Number ผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรง
    • สลายเองได้ 100%: สาร Hyaluronic Acid แท้จะสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างเป็นก้อนหรือไหลย้อยในอนาคต

         5.2 ฝีมือระดับ "แพทย์ผู้สอนแพทย์"

         การฉีดกับ หมอซีน ซึ่งมีดีกรีเป็นถึง อาจารย์ผู้สอนเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ให้แก่แพทย์หลายๆท่านทั่วประเทศ คือการการันตีความปลอดภัยที่เหนือกว่า

    • แม่นยำเรื่องกายวิภาค (Anatomy): อาจารย์แพทย์จะมีความเชี่ยวชาญเรื่องตำแหน่งเส้นเลือดและเส้นประสาทบนใบหน้าอย่างละเอียด ลดความเสี่ยงในการฉีดโดนจุดสำคัญ
    • เทคนิคเฉพาะตัว: อาจารย์แพทย์ไม่ได้แค่ฉีดให้เต็ม แต่ “ปั้น” ให้สวยและปลอดภัย ใช้ปริมาณยาที่เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
    • แก้ปัญหาได้ตรงจุด: ไม่ว่าจะเป็นเคสยาก งานแก้ หรือการปรับโครงสร้างหน้าซับซ้อน ประสบการณ์ระดับอาจารย์จะช่วยวิเคราะห์และวางแผนการรักษามีปัญหาตรงจุดไหน แก้ตรงจุดนั้นค่ะ

หัวข้อที่ 6 : หลังฉีดฟิลเลอร์ต้องดูแลตัวเองยังไง?

         6.1 งดแต่งหน้าทับบริเวณที่ฉีด 2 ชั่วโมง

         6.1 งดแต่งหน้าทับบริเวณที่ฉีด 2 ชั่วโมง

         6.1 งดแต่งหน้าทับบริเวณที่ฉีด 2 ชั่วโมง

หัวข้อที่ 7 : รีวิว ฟิลเลอร์ Yvoire

รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ใต้ตา , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire แก้มตอบ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ขมับ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ปาก , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire คาง
รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ใต้ตา , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire แก้มตอบ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ขมับ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ปาก , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire คาง
รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ใต้ตา , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire แก้มตอบ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ขมับ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ปาก , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire คาง
รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ใต้ตา , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire แก้มตอบ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ขมับ, รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire ปาก , รีวิวฟิลเลอร์ Yvoire คาง

        Q1 : ฟิลเลอร์ Yvoire อยู่ได้นานไหม? แต่ละรุ่นอยู่ได้กี่เดือน?

หมอซีนตอบให้ : > ฟิลเลอร์ Yvoire เป็นฟิลเลอร์พรีเมียมจากเกาหลีที่เด่นเรื่องความคงตัวค่ะ โดยทั่วไปจะอยู่ได้นานประมาณ 8 – 10 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกใช้และบริเวณที่ฉีด และที่สำคัญคือสลายตัวได้เอง 100% ตามธรรมชาติ ไม่เหลือสารตกค้างแน่นอนค่ะ

       Q2 : ฟิลเลอร์ Yvoire มีกี่รุ่น? แต่ละรุ่นเหมาะกับฉีดตรงไหนบ้าง?

หมอซีนตอบให้ : > ที่คลินิกเราจะใช้ 3 รุ่นหลักๆ ที่ผ่าน อย. ไทย เพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวค่ะ 
    • Yvoire Classic Plus (กล่องเขียว): เนื้อนิ่ม ละเอียด ยืดหยุ่นดี หมอจะเลือกใช้สำหรับเติมเต็มบริเวณริ้วรอยตื้นๆ ใต้ตา หรือริมฝีปากที่ต้องการความละมุนเป็นธรรมชาติค่ะ
    • Yvoire Volume Plus (กล่องม่วง): เนื้อมีความหนาแน่นปานกลาง เติมเต็มได้ดี หมอชอบใช้ฉีดบริเวณร่องแก้ม ร่องมุมปาก ขมับ หรือแก้มตอบค่ะ
    • Yvoire Contour Plus (กล่องส้ม): รุ่นนี้เนื้อแข็งที่สุด โมเลกุลใหญ่ มีแรงยกสูงมาก หมอจะเอาไว้ใช้สำหรับงานปรับโครงสร้างหน้า เช่น ฉีดหนุนกระดูกใต้ตา คาง หรือแนวกรอบหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่คมชัดและอยู่ได้นานค่ะ”

        Q3 : ฟิลเลอร์ Yvoire ดีไหม? รีวิวเป็นยังไงบ้าง?

หมอซีนตอบให้ : > จากประสบการณ์ที่หมอฉีดคนไข้มาเยอะมาก บอกได้เลยว่า Yvoire ดีมากๆ และคุ้มค่ามากค่ะ จุดเด่นของเขาคือใช้เทคโนโลยี HICE Technology ซึ่งทำให้เนื้อเจลมีความยืดหยุ่นสูงและหนืดกำลังดี เวลาฉีดเข้าไปแล้วจะกลืนไปกับผิวได้เนียนมาก ไม่เป็นก้อน และทนต่อการขยับได้ดี คนไข้หมอหลายคนรีวิวตรงกันว่า หลังฉีดแล้วหน้าดูละมุน ไม่โป๊ะ และบวมน้อยมากค่ะ”

        Q4 : ฟิลเลอร์ Yvoire ของประเทศอะไร? ผ่าน อย. ไทยไหม?

หมอซีนตอบให้ : > “Yvoire เป็นฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลีใต้แท้ๆ เลยค่ะ ผลิตโดยบริษัทระดับโลกอย่าง LG Chem ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีและกรดไฮยาลูรอนิกมาอย่างยาวนาน และที่สำคัญที่สุดคือ ผ่าน อย. ไทย (Thai FDA) เรียบร้อยแล้ว ได้รับความนิยมทั้งในยุโรปและเอเชีย มั่นใจเรื่องความปลอดภัยได้ 100% ค่ะ”

    • แก้มส้ม หรือหน้าแก้ม
    • ร่องแก้ม
    • คาง 
    • ขมับ
    • แก้มตอบ
    • ปาก

        Q5 : ฟิลเลอร์ Yvoire ราคาเท่าไหร่? ทำไมราคาถูกกว่าฝั่งยุโรป?

        หมอซีนตอบให้ : > "ราคาของ Yvoire จะอยู่ที่หลักพันปลายๆ ถึงหมื่นต้นๆ ต่อ CC ค่ะ ซึ่งถือเป็นระดับ Mid-range ที่เข้าถึงง่ายกว่าฝั่งยุโรป เหตุผลที่ราคาเป็นมิตรมากกว่าไม่ใช่เพราะคุณภาพด้อยกว่านะคะ แต่เป็นเพราะฐานการผลิตและต้นทุนการขนส่งในแถบเอเชียบ้านเรา รวมถึงทาง LG Chem เขาผลิตสารตั้งต้นเองทั้งหมด ทำให้ควบคุมราคาได้ดี ถือเป็นฟิลเลอร์ที่ 'คุณภาพระดับพรีเมียม ในราคาที่คุ้มค่า' ค่ะ"

        Q6 : ฟิลเลอร์ Yvoire แท้ ดูยังไง? มีวิธีเช็กตรงไหนบ้าง?

        หมอซีนตอบให้ : > "เรื่องนี้หมอเน้นย้ำมากค่ะ! ฟิลเลอร์ Yvoire ของแท้ต้องตรวจสอบได้ โดยสังเกตจาก:
    1. มีฉลากภาษาไทยและเลข อย. ระบุชัดเจนบนกล่อง
    2. มีสติกเกอร์โฮโลแกรมปิดสนิท
    3. สามารถสแกน QR Code บนตัวกล่องเพื่อเช็กประวัติและตรวจสอบเลข Lot การผลิตได้ทันที ที่คลินิกของหมอ จะมีการแกะกล่องใหม่ให้คนไข้ดูต่อหน้าทุกเคส และสามารถนำกล่องกลับบ้านไปเช็กเพื่อความสบายใจได้เลยค่ะ”

       Q7 : ฉีดฟิลเลอร์ Yvoire แล้วจะเป็นก้อนไหม?

        หมอซีนตอบให้ : > "โอกาสเป็นก้อนน้อยมากๆ ค่ะ ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของเขาที่ทำให้เนื้อเจลมีความละเอียดและยืดหยุ่นสูง (High Elasticity) จึงสามารถกระจายตัวและกลืนเข้ากับชั้นผิวธรรมชาติของเราได้ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะไม่เป็นก้อนขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ 1. การเลือกใช้รุ่นฟิลเลอร์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับชั้นผิว และ 2. เทคนิคการฉีดของแพทย์ ซึ่งหมอจะประเมินและวางตำแหน่งการฉีดอย่างแม่นยำที่สุดในทุกเคสค่ะ"

        Q8 : ฟิลเลอร์ Yvoire ต่างจากยี่ห้ออื่น (เช่น Neuramis หรือ Restylane) ยังไง?

        หมอซีนตอบให้ : > "ถ้าเทียบในกลุ่มฟิลเลอร์เกาหลีด้วยกันอย่าง Neuramis ตัว Yvoire จะมีเนื้อสัมผัสที่หลากหลายกว่า มีรุ่นเนื้อแข็งที่มีแรงยกสูง (Contour) ทำให้ปรับรูปหน้าได้คมกว่าค่ะ ส่วนถ้าเทียบกับฝั่งยุโรปอย่าง Restylane แน่นอนว่า Restylane จะมีรุ่นย่อยๆ ที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าและอยู่ได้นานกว่านิดหน่อย แต่ Yvoire ก็ได้เปรียบเรื่องความคุ้มค่าในแง่ของราคา หมอมักจะแนะนำว่าถ้าอยากได้งานผิวสวย ปรับรูปหน้าปัง ในงบประมาณที่สบายกระเป๋า Yvoire คือคำตอบที่ใช่เลยค่ะ"

        Q9 : ฟิลเลอร์ Yvoire ฉีดปากสวยไหม? ใช้รุ่นไหนฉีดปาก?

        หมอซีนตอบให้ : > "ฉีดปากสวยและละมุนมากค่ะ สำหรับบริเวณริมฝีปากที่ต้องขยับบ่อยๆ หมอจะเลือกใช้รุ่น Yvoire Classic Plus ค่ะ เพราะเนื้อของเขาจะมีความนิ่มและยืดหยุ่นสูงมาก เวลาฉีดแล้วปากจะดูอวบอิ่ม ชุ่มชื้น เป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อ ยิ้มแล้วไม่เป็นลำ และยังช่วยเบลอร่องปากให้ดูฟูขึ้นด้วยค่ะ"

        Q10 : หลังฉีดฟิลเลอร์ Yvoire ห้ามทำอะไรบ้าง? มีข้อห้ามอะไรที่ต้องระวัง?

        หมอซีนตอบให้ : > "เพื่อให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวได้สวยและอยู่ได้นานที่สุด หลังฉีดหมอแนะนำให้เลี่ยง 3 ข้อนี้ในช่วง 2 สัปดาห์แรกค่ะ:
    1. เลี่ยงความร้อนจัด: เช่น การอบซาวน่า, แช่ออนเซ็น, หรือการทำเลเซอร์ยกกระชับร้อนๆ
    2. งดกด นวด หรือคลึง บริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่งได้ค่ะ
    3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารหมักดอง ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมค่ะ ดูแลตัวเองตามนี้ รับรองว่าผลลัพธ์จะออกมาปังและอยู่ได้นานแน่นอนค่ะ

        Q11 : จองคิวยังไงได้บ้าง?

        ช่องทางการติดต่อ

        หมอซีนตอบให้ :

หรือกดลิงก์นี้ได้เลยค่ะ Facebook Dr.Seen Clinic 

Line : @dr.seenclinic  หรือกดลิงค์นี้ได้เลยค่ะ  Line Dr.Seen Clinic 

Instagram : dr.seen.bysakkadechclinic หรือกดลิงค์นี้ได้เลยค่ะ Instagram Dr.Seen Clinic 

Tel : 082-839-0881

        รีวิวโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ จากลูกค้าจริงมีหัตถการไหนน่าสนใจบ้างมาดูกันค่ะ
by dr. Seen Clinic

โปรโมชั่นสุดฮิต

ที่ Dr.Seen

โปรฟิลเลอร์
โปร ฟิลเลอร์
แค่ 4,900.- จองเลย ติดต่อเลย
โปรexosome เว็บไซต์
โปร exosome
แค่ 4,800.- จองเลย ติดต่อเลย
Dr.Seen หมอซีน by คลินิกเวชกรรมหมอสักกาเดช
โปรเเกรม ร้อยไหมV-lift
แค่ 3,999.- จองเลย ติดต่อเลย

บทความอื่นๆ

อยากหน้าละมุน มีเคล็ดลับอะไรบ้าง อยากหน้าละมุนหมอซีนช่วยได้

หน้าละมุน คือการที่เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่เพอร์เฟคที่สุด

ใครที่คิดทรงปากไม่ออก ทางนี้ หมอซีนจัดให้

อยากฉีดฟิลเลอร์ปาก แต่กลัวไม่เข้ากับหน้า เลือกทรงปากยังไงดี?

หลายคนสงสัยกันมาเยอะมากว่าอลลี่อายกับถุงใต้ตามันคืออันเดียวกันไม่ใช่หรอ? แต่ความเป็นจริงแล้วมันคนละขั่วเลยค่ะ

หลายคนสงสัยว่าการฉีดดอลลี่อาย มันคือฉีดถุงใต้ตาไม่ใช่หรอ